ช่วงเย็นวานนี้ นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ตำบลป่าตอง อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำป่าไหลหลาก ดินสไลด์ และความคืบหน้าการฟื้นฟูช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักต่อเนื่อง บริเวณซอยนาใน 5 และซอยนาใน 8 ซึ่งส่งผลให้ดินโคลนและน้ำป่าไหลท่วมถนน บ้านเรือน และร้านค้า สร้างความเสียหายแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ โดยมี นายสุวิทย์ พันธ์เสงี่ยม นายรอมดอน หะยีอาแว รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่ร่วมลงพื้นที่
สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภูเก็ต เทศบาลเมืองป่าตอง ได้บูรณาการร่วมกับทหาร อส. มูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ต และผู้ประกอบการในพื้นที่ ระดมเครื่องจักรกลเข้าตักและเคลื่อนย้ายดินโคลน ก้อนหิน ขยะ ตลอดจนฉีดล้างทำความสะอาดพื้นผิวจราจร จนสามารถเปิดเส้นทางหลักบริเวณซอยนาใน 5 และซอยนาใน 8 ให้ประชาชนสัญจรได้แล้ว ส่วนจุดดินสไลด์เพิ่มเติมจะเร่งดำเนินการอย่างต่อเนื่อง พร้อมเตรียมสนับสนุนกำลังเจ้าหน้าที่จากนอกพื้นที่เข้ามาช่วยทำความสะอาดบ้านเรือนและฟื้นฟูชุมชน เพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว
สำหรับสถานการณ์น้ำในพื้นที่ตำบลกมลา ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ โดยปรับวิธีการและเพิ่มเครื่องสูบน้ำให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และระยะทาง พร้อมกำชับให้จังหวัดภูเก็ตเร่งสำรวจความเสียหายผู้ได้รับผลกระทบเพื่อช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์
ส่วนการป้องกันความเสี่ยงระยะยาว ได้มีการหารือร่วมกับกรมทรัพยากรธรณีในการติดตั้งเครื่องมือตรวจวัดการเคลื่อนตัวของดินในพื้นที่เสี่ยงเพิ่มเติม เพื่อพัฒนาระบบติดตามและแจ้งเตือนภัยล่วงหน้าให้มีประสิทธิภาพ รวมถึงการศึกษาวิธีบริหารจัดการน้ำจากพื้นที่สูง โดยเฉพาะบริเวณฝายรับน้ำสะสม เพื่อกระจายน้ำและลดผลกระทบต่อพื้นที่ด้านล่าง ซี่งในวันนี้ จะลงพื้นที่ตรวจแนวทางดำเนินการเพิ่มเติม
ด้านนายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน ลงพื้นที่จังหวัดสงขลา ติดตามการเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ โดยเริ่มจากการประชุมติดตามสถานการณ์น้ำและวางแผนรับมือฝนตกหนัก ณ สำนักงานชลประทานที่ 16
สำหรับพื้นที่หาดใหญ่ จุดที่ให้ความสำคัญเป็นพิเศษ คือ คลองระบายน้ำ ร.1 ซึ่งเป็นเส้นทางหลักในการช่วยระบายน้ำจากพื้นที่หาดใหญ่และพื้นที่ใกล้เคียงออกสู่ทะเลสาบสงขลา โดยขณะนี้กำลังเร่งซ่อมแซมคลอง เพื่อเสริมความแข็งแรงของโครงสร้างและรักษาประสิทธิภาพการระบายน้ำให้รองรับได้ 1,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
ล่าสุด งานตอกแผ่นเหล็กชีทไพล์เสริมความแข็งแรงตลอดแนวคลองระยะทางกว่า 2 กิโลเมตรแล้วเสร็จ 100% ส่วนงานคอนกรีตเสริมเหล็ก คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในวันที่ 30 ตุลาคมนี้ ขณะที่งานถมและบดอัดคันคลองกำลังเร่งทำงานส่วนที่เหลือให้แล้วเสร็จตามแผน
นอกจากการซ่อมแซมคลอง ร.1 แล้ว กรมชลประทานยังเร่งเพิ่มประสิทธิภาพทางน้ำสายต่าง ๆ ในพื้นที่หาดใหญ่และจังหวัดสงขลา ทั้งการขุดลอกคลองอู่ตะเภา คลองท่าช้าง–บางกล่ำ และคลองระบายน้ำสายต่าง ๆ เพื่อเปิดทางให้น้ำไหลได้สะดวก ลดสิ่งกีดขวางทางน้ำ และช่วยให้น้ำจากพื้นที่ชุมชนสามารถระบายออกได้รวดเร็วขึ้น โดยเน้นบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ ตั้งแต่พื้นที่ต้นน้ำ ผ่านตัวเมืองหาดใหญ่ ไปจนถึงพื้นที่ปลายน้ำที่รับน้ำออกสู่ทะเลสาบสงขลา
ขณะที่สถานการณ์น้ำในพื้นที่จังหวัดสงขลาล่าสุด วันที่ 26 ตุลาคม 2569 ระดับน้ำในคลองอู่ตะเภายังอยู่ต่ำกว่าตลิ่งประมาณ 4.7–6.7 เมตร และมีแนวโน้มลดลง ถือเป็นช่วงที่ยังมีพื้นที่รองรับน้ำได้อีกระดับหนึ่ง
ด้านการคาดการณ์ฝน กรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งเตือนว่า ช่วงวันที่ 26–28 ตุลาคม 2569 ภาคใต้จะมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ โดยอาจมีฝนตกหนักมากบางแห่ง เนื่องจากร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคใต้มีกำลังแรงขึ้น ส่งผลให้มีความเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ ส่วนช่วงวันที่ 29–31 ตุลาคม แม้ภาพรวมฝนจะเริ่มลดลง แต่ภาคใต้ยังมีโอกาสเกิดฝนตกหนักบางแห่ง จึงต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะจังหวัดสงขลาและพื้นที่ใกล้เคียง
ขณะนี้ มีพายุไซโคลน “ARNAB” มุ่งหน้าไปอินเดีย ไม่มีแนวโน้มเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยจากข้อมูลเส้นทางพายุของ RSMC New Delhi วันที่ 26 ตุลาคม 2569 เวลา 08.30 น. ตามเวลาอินเดีย แนวโน้มการเคลื่อนตัวไปทางประเทศอินเดีย โดยเส้นทางคาดการณ์ไม่ได้มุ่งหน้าเข้าสู่ประเทศไทย
ทั้งนี้ เส้นทางและความรุนแรงของพายุอาจเปลี่ยนแปลงได้ ขอให้ติดตามข้อมูลอัปเดตจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างต่อเนื่อง
ข่าวทั้งหมด