เริ่มคลี่คลาย! กรมชลประทาน ปรับลดการระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา เหลือ 900 ลบ.ม./วินาที

วันนี้, 14:05น.


          กรมชลประทานแจ้งปรับลดการระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา 26 ตุลาคม 2569 เวลา 11.00 น.



+++สถานี C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์ ปริมาณน้ำไหลผ่าน 1,042 ลบ.ม./วินาทีแนวโน้มลดลง



+++สถานี C.13 เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาทปริมาณน้ำไหลผ่าน 1,000 ลบ.ม./วินาที แนวโน้มลดลง



          วันนี้(26ต.ค.69) ตั้งแต่เวลา 14:00 น. เป็นต้นไป จะทยอยปรับลดการระบายน้ำจากอัตรา 1,000 ลบ.ม./วินาที (ชั่วโมงละ 10 ลบ.ม./วินาที โดยประมาณ) เหลือ 900 ลบ.ม./วินาที ภายในเวลา 24.00 น. ของวันนี้ และคงอัตราดังกล่าวต่อเนื่อง



          นายสันติ เต็มเอี่ยม ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมชลประทาน(ด้านจัดสรรน้ำและบำรุงรักษา) ผู้ช่วยอธิบดีกรมชลประทาน เป็นประธานการประชุมคณะทำงานติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมอุตุนิยมวิทยา สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย  เปิดเผยว่า ขณะนี้ปริมาณฝนทางตอนบนเริ่มลดลง ทำให้สถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่มีแนวโน้มคลี่คลาย จึงได้เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ลุ่มต่ำน้ำท่วมขังอย่างต่อเนื่อง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและเร่งฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว ควบคู่ไปกับการเก็บกักน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการใช้ในอนาคต พร้อมเตรียมรับมือสถานการณ์ฝนในพื้นที่ภาคใต้อย่างใกล้ชิด



          สถานการณ์น้ำ ณ วันที่ 26 ตุลาคม 2569 อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 64,239 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 84 ของความจุอ่างฯรวมกัน ยังสามารถรองรับน้ำได้อีกกว่า 12,443 ล้านลูกบาศก์เมตร ขณะที่อ่างเก็บน้ำหลัก 4 แห่งในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ได้แก่ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน ด้านเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีปริมาณน้ำ 18,933 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 76 ของความจุอ่างฯ ยังรองรับน้ำได้อีกประมาณ 5,849 ล้านลูกบาศก์เมตร ภาพรวมปริมาณน้ำยังอยู่ในเกณฑ์ที่สามารถบริหารจัดการได้



         ทั้งนี้ การปรับแผนระบายน้ำจะพิจารณาจากปริมาณน้ำทางตอนบน ระดับน้ำในแม่น้ำสายหลัก และศักยภาพการระบายน้ำของพื้นที่ตอนล่างร่วมกัน เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำเป็นไปอย่างเหมาะสมและลดผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ ให้มากที่สุด คาดว่าจะสามารถลดการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาเหลือในอัตรา 700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ได้ภายในต้นเดือนพฤศจิกายนนี้



          อย่างไรก็ตาม กรมอุตุนิยมวิทยา ได้คาดการณ์ว่า ในช่วงวันที่ 26 –28 ตุลาคม 69 ภาคใต้ยังต้องเฝ้าระวังฝนตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมขัง โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่ลาดเชิงเขา พื้นที่ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน และพื้นที่ลุ่มต่ำ ขณะที่ประเทศไทยตอนบนในช่วงวันที่ 26–27 ตุลาคม ยังมีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนองในบางพื้นที่ จึงได้กำชับหน่วยงานในพื้นที่ให้ติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด ตรวจสอบความพร้อมของระบบชลประทานและเส้นทางระบายน้ำ รวมถึงเตรียมเครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำ เครื่องจักรกล และเจ้าหน้าที่ให้พร้อมปฏิบัติงานทันที เน้นย้ำให้ประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนสถานการณ์น้ำให้ประชาชนรับทราบอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดความเสี่ยงและบรรเทาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น



 



#ระบายน้ำภาคกลาง



 



 

ข่าวทั้งหมด

X