สถานการณ์ค่าครองชีพโลกและเงินเฟ้อไทย ซึ่งเผชิญแรงกดดันจากราคาพลังงานและต้นทุนการขนส่งที่ทรงตัวสูง นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า สถานการณ์การชุมนุมประท้วงในหลายประเทศของยุโรป สะท้อนให้เห็นถึงแรงกดดันทางเศรษฐกิจและสังคมที่เกิดจากหลายปัจจัยทั้งปัญหาค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้น รายได้ที่ไม่สอดคล้องกับรายจ่าย ความเหลื่อมล้ำ ตลอดจนความกังวลต่อคุณภาพบริการสาธารณะและนโยบายภาครัฐ ขณะที่ประเทศไทยแม้จะเผชิญแรงกดดันจากราคาพลังงานและต้นทุนการขนส่งเช่นเดียวกัน แต่ยังมีบริบททางเศรษฐกิจและสังคมที่แตกต่างจากประเทศในยุโรป และแรงกดดันด้านราคายังไม่กระจายตัวเป็นวงกว้าง
อย่างไรก็ตาม กระทรวงพาณิชย์ไม่ประมาทต่อความเสี่ยงจากต้นทุนพลังงานที่อาจส่งผ่านไปยังราคาสินค้าและกระทบกำลังซื้อของประชาชนในระยะต่อไป จึงให้ความสำคัญกับการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมวางแนวทางรับมือเชิงรุก เพื่อดูแลค่าครองชีพและบรรเทาภาระประชาชนอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามกระทรวงพาณิชย์ตระหนักดีว่าประชาชนยังคงเผชิญภาระค่าครองชีพจากราคาพลังงานและต้นทุนการขนส่งที่อยู่ในระดับสูง ซึ่งอาจส่งผลต่อต้นทุนสินค้าและบริการจำเป็นในชีวิตประจำวัน จึงได้ติดตามสถานการณ์ อย่างใกล้ชิดและเฝ้าระวังการส่งผ่านต้นทุนอย่างต่อเนื่องเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการปรับขึ้นราคาสินค้าเป็นวงกว้างและส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของประชาชนในระยะต่อไป
ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายในได้วางแนวทางรับมือค่าครองชีพทั้งระยะเร่งด่วนและระยะต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้น 3 มาตรการสำคัญ ได้แก่
(1) การกำกับดูแลราคาสินค้าเชิงรุก โดยติดตามโครงสร้างต้นทุนและราคาสินค้าจำเป็นตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง พร้อมหารือผู้ผลิตรายใหญ่และห้างค้าปลีกค้าส่ง ขอความร่วมมือชะลอการปรับราคาสินค้า โดยเฉพาะสินค้าที่ยังมีต้นทุนเดิม ควบคู่กับการติดตามปริมาณสินค้าให้เพียงพอต่อความต้องการ และมอบหมายสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั้ง 76 จังหวัด ประสานหน่วยงานในพื้นที่ ลงพื้นที่ตรวจสอบราคาสินค้า ป้องกันการกักตุนและฉวยโอกาสขึ้นราคา
(2) การเพิ่มช่องทางจำหน่ายสินค้าราคาประหยัดผ่านโครงการ “ไทยช่วยไทย ธงฟ้าลดค่าครองชีพ” จัดจำหน่ายสินค้าจำเป็นในราคาประหยัด 3,036 จุดทั่วประเทศ ในช่วงนำร่อง 90 วัน ตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม 2569 ถึงเดือนมกราคม 2570 ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชนได้ประมาณ 200 ล้านบาท และ
(3) การผนึกกำลังภาคเอกชนลดภาระประชาชน โดยร่วมมือกับผู้ประกอบการ 27 ราย ลดราคาสินค้าและบริการกว่า 4,223 รายการ สูงสุดร้อยละ 78 ผ่านกิจกรรม “ไทยช่วยไทย ลดค่าครองชีพสู้วิกฤตน้ำท่วม” เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยให้สามารถฟื้นฟูที่อยู่อาศัยและกลับมาดำเนินชีวิตได้โดยเร็ว
หากราคาพลังงานยังคงอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง กระทรวงพาณิชย์พร้อมเพิ่มมาตรการในการติดตามต้นทุนการผลิตและค่าขนส่ง วิเคราะห์ผลกระทบต่อสินค้าแต่ละประเภท และประสานความร่วมมือกับผู้ประกอบการเพื่อบริหารจัดการต้นทุนและชะลอการส่งผ่านภาระไปยังผู้บริโภค ควบคู่กับการใช้กลไกกำกับดูแลราคาสินค้าตามกฎหมายและการขยายช่องทางจำหน่ายสินค้าราคาประหยัดให้เข้าถึงประชาชนอย่างทั่วถึง โดยคำนึงถึงความสมดุลระหว่างการดูแลค่าครองชีพประชาชนกับความสามารถในการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการ เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาสินค้าและกำลังซื้อของประชาชนในระยะยาว
ข่าวทั้งหมด