ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ กล่าววิจารณ์ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี แห่งยูเครนอย่างรุนแรง จากการที่ยังคงโจมตีเป้าหมายด้านพลังงานรัสเซีย ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนข้อเรียกร้องของเขา ส่งผลให้ความตึงเครียดระหว่างยูเครนและสหรัฐฯ เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวันศุกร์ (16 ต.ค.69) ประธานาธิบดีทรัมป์ยังใช้สิทธิ์ยกเว้นรัสเซียจากมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจที่รัฐสภาสหรัฐฯ กำหนดไว้ ซึ่งประธานาธิบดีเซเลนสกี แสดงความเห็นว่าการที่สหรัฐฯสนับสนุนรัสเซียจะเป็นความผิดพลาดครั้งประวัติศาสตร์
จากนั้นยูเครนส่งฝูงโดรนโจมตีเป้าหมายหลายแห่งในรัสเซียช่วงคืนวันเสาร์ ต่อเนื่องถึงวันอาทิตย์ (17-18 ต.ค.) ซึ่งประธานาธิบดีทรัมป์โพสต์บน Truth Social ว่าเขาไม่ต้องการทำอะไรที่จะทำให้รัสเซียถอยห่างจากการเจรจาเพื่อยุติสงครามในยูเครน ซึ่งเขาเชื่อว่ามีความคืบหน้าไปในทางที่ดี แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็โจมตีประธานาธิบดีเซเลนสกี ว่าเป็นผู้ที่ไม่ต้องการยุติสงคราม
ประธานาธิบดีเซเลนสกีปฏิเสธการกล่าวหานี้อย่างหนักแน่น และกล่าวว่าเขาได้พูดคุยกับนายสตีฟ วิทคอฟฟ์ ทูตพิเศษของสหรัฐฯ และนายจาเร็ด คุชเนอร์ เมื่อวันอาทิตย์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการติดต่อสื่อสารอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างสันติภาพในระยะยาว
ขณะเดียวกัน รายงานเกี่ยวกับการประชุมไตรภาคีที่อาจเกิดขึ้นระหว่างประธานาธิบดีทรัมป์ ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน เพื่อยุติสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครน ทำให้ความตึงเครียดทวีความรุนแรงขึ้น
นายอันดรี ซีบิฮา รัฐมนตรีการต่างประเทศยูเครน กล่าวเมื่อวันจันทร์ (19 ต.ค.)ว่า การประชุมใดๆ ในอนาคตระหว่างผู้นำทั้ง 3 จะกระตุ้นให้ประธานาธิบดีปูตินทำสงครามต่อไป
ทั้งนี้ นายดมิทรี เปสคอฟ โฆษกเครมลิน ชี้แจงว่า เนื่องจากผู้นำทั้ง 3 ประเทศอาจเข้าร่วมการประชุมสุดยอดในประเทศจีน จึงมีความเป็นไปได้ที่จะมีการหารือเกี่ยวกับความขัดแย้งที่เกิดขึ้น แต่ในขณะนี้ ยังไม่มีข้อเสนอหรือข้อตกลงที่เป็นรูปธรรมใดๆ
...
#ทรัมป์
#ยูเครน
ข่าวทั้งหมด