จังหวัดกาญจนบุรี ประกาศปรับแผนการระบายน้ำเขื่อนวชิราลงกรณเนื่องจากมีฝนตกหนักในพื้นที่อำเภอเมืองกาญจนบุรีและพื้นที่ใกล้เคียง กอปรกับมีปริมาณน้ำจากแม่น้ำลำภาชีไหลลงสู่แม่น้ำแควน้อยเป็นจำนวนมาก เพื่อช่วยลดผลกระทบจากปริมาณน้ำสะสมที่จะไหลไปรวมกับแม่น้ำแควใหญ่เป็นแม่น้ำแม่กลอง
เขื่อนวชิราลงกรณ จึงปรับแผน ลดการระบายน้ำวันที่ 15-16 ตุลาคม 2569 แผนการระบายน้ำ 25 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ( 289 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที)
ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำแควน้อย เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดตรวจสอบทรัพย์สินและสิ่งของบริเวณริมน้ำ ยึดโยงแพ บ้านพัก และสิ่งปลูกสร้างริมน้ำให้มั่นคงแข็งแรง
หากมีการเปลี่ยนแปลงแผนการระบายน้ำหรือสถานการณ์น้ำ เขื่อนวชิราลงกรณจะแจ้งให้ทราบต่อไป
ด้านกรมชลประทาน วานนี้ (14 ตุลาคม 2569) เวลา 18.00 น. นายวรพจน์ เพชรนรชาติ รองอธิบดีกรมชลประทาน เป็นประธานการประชุมคณะทำงานแก้ไขปัญหาวิกฤติอุทกภัย เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำและเร่งช่วยเหลือพื้นที่ที่ยังได้รับผลกระทบ ประชุมผ่านระบบ Video Conference กับหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อร่วมกันวางแผนบริหารจัดการน้ำและหาแนวทางลดความเดือดร้อนของประชาชนให้เร็วที่สุด
สำหรับสถานการณ์น้ำในลุ่มเจ้าพระยา มีแนวโน้มดีขึ้นต่อเนื่อง หลังปริมาณน้ำจากพื้นที่ตอนบนเริ่มลดลง กรมชลประทานจึงทยอยลดการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท จาก 1,900 เหลือ 1,800 ลบ.ม./วินาที เพื่อลดผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายเขื่อน
ขณะที่เขื่อนพระราม 6 ในลุ่มน้ำป่าสัก ระบายน้ำอยู่ที่ 492 ลบ.ม./วินาที ลดลงจากวันก่อนเช่นกัน ส่วนพื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมขัง ยังคงเร่งสูบและผลักดันน้ำออกจากชุมชน โดยได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติมอีก 97 เครื่อง ตามข้อร้องขอของประชาชนในหลายพื้นที่ พร้อมลงพื้นที่ให้กำลังใจและมอบถุงยังชีพอย่างต่อเนื่อง รวมถึงประสานหน่วยงานต่าง ๆ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากน้ำท่วม
ข่าวทั้งหมด