เครือข่ายสังคมสูงวัย และ สำนักประสานนโยบายรองรับสังคมสูงวัย (สป.สว.) แถลงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขพระราชบัญญัติกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ พ.ศ. 2544 ในส่วนที่อาจส่งผลกระทบต่อหลักการและกลไกการสนับสนุนงานสร้างเสริมสุขภาพของประเทศ โดยมีเหตุผลสำคัญดังต่อไปนี้
1. การสร้างเสริมสุขภาพเป็นการลงทุนเพื่อคุณภาพชีวิตของประชาชนทุกช่วงวัย การสร้างเสริมสุขภาพไม่ใช่เพียงการรักษาโรค แต่ครอบคลุมถึงการป้องกันโรค การส่งเสริมกิจกรรมทางกาย การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพ การสร้างชุมชนเข้มแข็ง และการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเตรียมความพร้อมและการรองรับสังคมสูงวัยของประเทศไทย
2. การรักษาความต่อเนื่องของการทำงานสร้างเสริมสุขภาพในระดับชุมชน องค์กรชุมชน ชมรมผู้สูงอายุ ภาคประชาสังคม และเครือข่ายสุขภาพ ได้ร่วมกันขับเคลื่อนงาน ป้องกันโรค ส่งเสริมสุขภาพกายและใจ ลดความเสี่ยงต่อการพลัดตกหกล้ม ส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกาย และสร้างการมีส่วนร่วมของผู้สูงอายุมาอย่างต่อเนื่อง การเปลี่ยนแปลงกลไกทางการเงินของกองทุน จึงควรได้รับการประเมินผลกระทบอย่างรอบด้าน เพื่อไม่ให้การดำเนินงานเหล่านี้ขาดความต่อเนื่อง
3. การมีหลักประกันด้านงบประมาณที่มีความมั่นคงและต่อเนื่องเครือข่ายฯ เห็นว่าแหล่งรายได้และกลไกการจัดสรรงบประมาณสำหรับงานสร้างเสริมสุขภาพควรมีความมั่นคง เพียงพอ และต่อเนื่อง โดยเฉพาะการดำเนินงานในระดับพื้นที่ซึ่งต้องอาศัยความ ร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคประชาสังคม และประชาชน การเปลี่ยนแปลงแหล่งรายได้ของกองทุนจึงต้องพิจารณาผลกระทบต่อการจัดสรรงบประมาณและการเข้าถึงทรัพยากรของชุมชนอย่างรอบด้าน
4. การปฏิรูปกองทุนต้องยึดหลักการมีส่วนร่วมและธรรมาภิบาล หากมีประเด็นที่ต้องปรับปรุงเกี่ยวกับการบริหารกองทุน ควรดำเนินการผ่านกระบวนการที่ โปร่งใส ตรวจสอบได้ มีข้อมูลประกอบอย่างเพียงพอ และเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยเฉพาะเครือข่ายผู้สูงอายุ องค์กรชุมชน และภาคประชาสังคม ได้ร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างทั่วถึง ก่ อนตัดสินใจเปลี่ยนแปลงหลักการสำคัญของกฎหมาย
ด้วยเหตุผลดังกล่าว เครือข่ายสังคมสูงวัยและ สป.สว.จึงมีข้อเรียกร้อง ดังนี้
1. ขอให้ทบทวนและระงับการดำเนินการแก้ไขกฎหมายในส่วนที่อาจกระทบต่อหลักการและ แหล่งรายได้ของกองทุน จนกว่าจะมีการประเมินผลกระทบอย่างรอบด้าน
2. ขอให้รักษากลไกการสนับสนุนงานสร้างเสริมสุขภาพที่มีความมั่นคง ต่อเนื่อง และเอื้อต่อการทำงานของเครือข่ายในระดับพื้นที่
3. ขอให้เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากเครือข่ายสังคมสูงวัย เครือข่ายผู้สูงอายุ เครือข่ายประชาสังคมจากทุกกลุ่มวัย กลุ่มองค์กรชุมชน นักวิชาการ และภาคส่วนอื่นอย่างทั่วถึงและมีความหมาย
4. ขอให้การแก้ไขกฎหมายทุกขั้นตอนยึดประโยชน์สุขของประชาชนเป็นสำคัญ โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อผู้สูงอายุและการรองรับสังคมสูงวัยในระยะยาว
เครือข่ายสังคมสูงวัยและ สป.สว.ยืนยันว่า การแสดงจุดยืนครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อรักษาหลักประกันในการสร้างเสริมสุขภาพของประชาชน และส่งเสริมให้ผู้สูงอายุมีสุขภาวะที่ดี มีศักดิ์ศรี มีส่วนร่วมในสังคม และสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างเหมาะสม
#กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
Cr:เครือข่ายสังคมสูงวัยและสป.สว.
ข่าวทั้งหมด