มท.เปิดปฏิบัติการ 'พิทักษ์กุหลาบตูม' ช่วย 6 เมียนมาเหยื่อค้ามนุษย์ บังคับเร่ขายดอกไม้ยันเช้า

วันนี้, 16:05น.


          วันที่ 13 ตุลาคม 2569 เวลา 07.30 น. นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นำชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง (DOPA S.W.A.T.) เปิดปฏิบัติการ “พิทักษ์กุหลาบตูม” เข้าตรวจค้นบ้านพักในซอยรามคำแหง 122 เขตสะพานสูง กรุงเทพมหานคร ตามหมายจับและหมายค้นของศาลอาญามีนบุรี จับกุมผู้ต้องหาชาวเมียนมา 2 ราย ในคดีค้ามนุษย์และบังคับใช้แรงงาน พร้อมขยายผลช่วยเหลือผู้เสียหายชาวเมียนมาได้รวม 6 ราย





         ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นไปตามนโยบาย “มหาดไทย ทำ ทัน ที Action 5PLUS” ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มุ่งสู่เป้าหมาย “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข พิทักษ์สันติราษฎร์ พิฆาตยาเสพติด พิชิตอันธพาล” โดยมี    นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ รองอธิบดีกรมการปกครอง ร.ต.ต. สิงห์คำ คำยอด ผู้อำนวยการสำนักการสอบสวนและนิติการ และนายศักดิ์ชัย โรจนรัตน์ ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายพนักงานฝ่ายปกครอง ร่วมดำเนินการ



          การจับกุมครั้งนี้จากการร้องเรียนของนายอัครวุธ ไกรศรีสมบัติ หรือ “เต้ อาชีวะ” มีหญิงชาวเมียนมาอายุ 29 ปี พร้อมลูกสาววัย 5 ขวบ หลบหนีจากขบวนการค้ามนุษย์ออกมาขอความช่วยเหลือ จึงประสานนายวรศิษฎ์ให้กรมการปกครองสืบสวนและจับกุมผู้กระทำความผิด



          จากการสืบสวนพบว่า ขบวนการดังกล่าวมีนายหน้าจัดหาเด็กจากชายแดนไทย–เมียนมา ก่อนที่ผู้ต้องหาจะเดินทางไปรับจากอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก มายังบ้านพักในซอยรามคำแหง 122 โดยหลอกว่าจะให้ทำงานเป็นแม่บ้าน พาบุตรสาวเข้าเรียน และจัดทำบัตรต่างด้าวให้ถูกต้องตามกฎหมาย แต่กลับบังคับให้ผู้เสียหายและเด็กเร่ขายพวงมาลัย ดอกไม้ และน้ำผลไม้ บริเวณซอยนวลจันทร์และถนนข้าวสาร ตั้งแต่เวลา 17.30 น. ถึง 04.00 น. หรือจนกว่าจะขายสินค้าหมด หากขายไม่หมดจะถูกทำร้ายร่างกาย รวมถึงใช้ช้อนลนไฟนาบตามร่างกาย พร้อมยึดเอกสารประจำตัวไม่ให้หลบหนี อีกทั้งยังมีการข่มขืนผู้เป็นแม่ 6 ครั้ง และข่มขู่ไม่ให้บอกใคร ขณะที่ลูกสาววัย 5 ขวบ ได้เข้าเรียนเพียง 2 สัปดาห์ ก่อนจะไม่ได้เข้าเรียนอีก โดยรายได้จากการขายสินค้าทั้งหมดถูกโอนเข้าบัญชีของผู้ต้องหา





         ผลการตรวจค้นพบผู้เสียหาย 5 ราย เป็นเด็กหญิงอายุ 11 ปี จำนวน 2 ราย อายุ 14 ปี และ 18 ปี อย่างละ 1 ราย และเด็กชายอายุ 12 ปี อีก 1 ราย พร้อมเอกสารประจำตัวของผู้เสียหาย คิวอาร์โค้ดพร้อมเพย์สำหรับรับเงินจากการขายดอกไม้ และยานพาหนะที่ใช้รับส่งผู้เสียหาย 5 คัน แบ่งเป็นรถยนต์ 1 คัน และรถจักรยานยนต์ 4 คัน เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. 2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.บางชัน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย





         นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังขยายผลเข้าตรวจค้นบ้านพักในซอยรามคำแหง 120 พบเด็กหญิงชาวเมียนมาอายุ 12 ปี ซึ่งไม่สามารถสื่อสารภาษาไทยได้ โดยเจ้าของบ้านยอมรับว่าซื้อตัวเด็กจากมารดาในราคา 30,000 บาท อ้างว่านำมาเลี้ยงดูและให้ทำงานบ้าน เจ้าหน้าที่จึงเข้าช่วยเหลือ พร้อมดำเนินการสืบสวนสอบสวนผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม



          รวมปฏิบัติการครั้งนี้ช่วยเหลือผู้เสียหายได้ 6 ราย ไม่รวมหญิงชาวเมียนมาและลูกสาววัย 5 ขวบ ที่หลบหนีออกมาก่อนหน้านี้ โดยนำผู้เสียหายเข้าสู่กลไกการส่งต่อระดับชาติ (National Referral Mechanism : NRM) เพื่อคัดกรองโดยทีมสหวิชาชีพ และฟื้นฟูสภาพร่างกายและจิตใจอย่างเร่งด่วน



          ทั้งนี้ กรมการปกครองจะสืบสวนขยายผลถึงช่องทางการเดินทางเข้าประเทศ ตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารทางราชการของผู้ต้องหาและผู้เสียหาย รวมถึงผู้เกี่ยวข้องกับการนำพาและออกเอกสาร พร้อมเดินหน้าปราบปรามขบวนการค้ามนุษย์และการบังคับใช้แรงงานข้ามชาติอย่างต่อเนื่อง



          พบเบาะแสหรือมีข้อร้องเรียน สามารถแจ้งได้ที่ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอและจังหวัด หรือสายด่วนศูนย์ดำรงธรรม กระทรวงมหาดไทย โทร. 1567 ตลอด 24 ชั่วโมง



#พิทักษ์กุหลาบตูม



#เหยื่อค้ามนุษย์



Cr:กรมการปกครอง 



 

ข่าวทั้งหมด

X