นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานฟื้นฟูพื้นที่หลังน้ำลด ที่ชุมชนเคหะร่มเกล้า เขตลาดกระบัง โดยระบุว่า ขณะนี้สถานการณ์น้ำแห้งลดลงเป็นส่วนใหญ่แล้ว ภารกิจหลักในปัจจุบันจึงมุ่งเน้นไปที่การจัดการปัญหาขยะตกค้าง โดยเฉพาะลักษณะพื้นที่ของเขตลาดกระบังที่มีซอยย่อยแบบก้างปลาจำนวนมาก
เมื่อน้ำลดลงประชาชนจึงนำขยะภายในบ้าน ออกมาวางกองบริเวณหน้าบ้านและปากซอย ทำให้ขยะเต็มซอยจนคนออกไปทำงานไม่ได้ ขณะที่รถขนาดใหญ่ไม่สามารถเข้าถึงได้ กทม. จึงต้องใช้ระดมกำลังคนทยอยนำขยะจากซอยย่อย ออกมายังจุดรวบรวมด้านนอกให้เร็วที่สุด เพื่อให้รถขนาดใหญ่เข้ามาขนถ่ายออกไปได้
นายชัชชาติ กล่าวต่อว่า ปัจจุบันการเคลียร์พื้นที่ในซอยย่อยลุล่วงไปเป็นส่วนใหญ่แล้ว แต่อาจยังมีบางจุดที่มีขยะกีดขวางหน้าบ้านหรือปากซอย ซึ่งในวันนี้จะลุยปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง โดยมีกองขยะขนาดใหญ่ ที่ต้องเร่งไล่เก็บประมาณ 33 กอง ซึ่งต้องใช้กำลังคนและอุปกรณ์จำนวนมาก วันนี้จึงมีการระดมกำลังเจ้าหน้าที่ กทม. ทั้งพนักงานกวาด คนสวน และพนักงานเก็บขยะ รวมประมาณ 500–600 คน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)
สำหรับการขนย้ายขยะ จะใช้ระบบการจัดการแบบโลจิสติกส์ผ่าน 3 ขั้นตอนหลัก ได้แก่ ใช้กำลังคนจำนวนมากทยอยขยะออกจากซอยเล็ก ๆ มาไว้ยังจุดกองบริเวณลานกว้าง จากนั้นใช้รถดัมพ์หรือรถบรรทุก 6 ล้อ และ 10 ล้อ ขนย้ายขยะจากจุดกองไปสู่จุดเทรวม และใช้รถเทรลเลอร์ขนาดใหญ่ 30 ตัน ลากขนขยะไปทิ้งยังจุดกำจัดปลายทาง
ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า ด้านสถานการณ์น้ำในวันนี้ดีขึ้น เนื่องจากฝนไม่ตกมา 2 วันแล้ว และอยู่ระหว่างเร่งระบายน้ำอย่างเต็มที่ แต่พื้นที่ฝั่งตะวันออกยังคงมีน้ำค่อนข้างมาก จึงประสานงานกับกรมชลประทาน ให้ทยอยระบายน้ำลงสู่ด้านล่างและคลองแสนแสบ ซึ่งระดับน้ำเริ่มลดลงแล้ว ในส่วนของกองขยะประมาณ 33 จุด มอบหมายให้ประธานที่ปรึกษาของผู้ว่าฯ กทม. เข้ามาช่วยดูแล พร้อมทั้งส่งกำลังใจให้ประชาชน และเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนที่ร่วมมือกันเป็นอย่างดี
สำหรับแผนปฏิบัติการฟื้นฟูและจัดการขยะของชุมชนเคหะร่มเกล้า มีการแบ่งโซนความรับผิดชอบออกเป็น 4 โซนหลัก ได้แก่ โซน 1 กรมโยธาธิการและผังเมือง (ดำเนินการเคลียร์ไปได้มากแล้ว), โซน 2 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.), โซน 3 กรุงเทพมหานครและกองทัพไทย, และโซน 4 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ดำเนินการเคลียร์ไปได้มากแล้ว) โดยแต่ละโซนจะมีหัวหน้าทีมคอยกำกับดูแลการทำงานอย่างชัดเจน
ด้านการจัดสรรกำลังพลและอุปกรณ์เครื่องจักร สำนักสิ่งแวดล้อมสนับสนุนบุคลากร 420 คน และสำนักงานเขตลาดกระบัง 200 คน พร้อมนำระบบบัดดี้มาใช้ด้วยการดึงกำลังพลจากเขตพื้นที่ที่ไม่มีน้ำท่วมขัง ได้แก่ เขตบางแค ธนบุรี บางขุนเทียน และพระนคร มาเสริมทัพอีกกว่า 100 คน กระจายกำลังลงตามโซนต่าง ๆ โซนละ 40–50 คน เพื่อช่วยยกขยะ ส่วนจุดทิ้งขยะจัดเตรียมไว้ 2 จุด เพื่อรองรับขยะที่ดึงออกมาจากโซนต่าง ๆ ทำให้รถดัมพ์สามารถวิ่งขนถ่ายออกได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเปิดใช้งานรองรับการจัดเก็บขยะมาแล้ว 3 วัน
ขณะที่เครื่องจักรและอุปกรณ์ ปภ. จัดชุดปฏิบัติการ 3 ชุด แต่ละชุดประกอบด้วยรถคีบขยะ 1 คัน และรถบรรทุก 6 ล้อ 2–3 คัน สำหรับพื้นที่ซอยย่อยที่เครื่องจักรหนักไม่สามารถเข้าถึงได้ จะใช้กำลังคนร่วมกับรถลากและซาเล้งในการลำเลียงขยะออก โดยมีเจ้าหน้าที่เทศกิจคอยอำนวยความสะดวกด้านการจราจร
ขณะที่ถนนสายหลักมีกองขยะใหญ่จำนวน 11 กอง ซึ่งผู้ว่าฯ กทม. มอบหมายผู้รับผิดชอบเร่งเคลียร์ให้หมดโดยเร็ว ตั้งเป้าหมายเคลียร์พื้นที่ทั้งหมดให้แล้วเสร็จภายใน 3 วัน
#น้ำท่วมกรุงเทพ
ข่าวทั้งหมด