รองผู้ว่าฯปราจีน ขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนมีคำสั่งย้ายนายอำเภอบ้านสร้าง

วันนี้, 09:18น.


          หลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี โดยอำเภอบ้านสร้าง ซึ่งเป็นจุดรับมวลน้ำสุดท้าย กำลังเผชิญวิกฤตอุทกภัยขั้นรุนแรง แต่กลับมีคำสั่งย้ายด่วน นายเสฏฐวุฒิ วงศ์เลอวุฒิ นายอำเภอบ้านสร้าง ออกจากพื้นที่อย่างกะทันหัน จนเกิดกระแสต้านจากภาคประชาชน นายชนาธิป โคกมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ได้ลงพื้นที่เมื่อเย็นวานนี้ เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำและตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ โดยระบุว่า ขณะนี้ระดับน้ำในอำเภอเมืองปราจีนบุรีมีแนวโน้มลดลงวันละ 5-6 เซนติเมตร แต่มวลน้ำทั้งหมดได้ไหลลงสู่พื้นที่อำเภอบ้านสร้าง ผ่านตำบลบางพลวง บางปลาร้า บางเตย บางยาง และบางแตน ส่งผลให้บ้านสร้างกลายเป็นพื้นที่ที่มีระดับน้ำสูงที่สุดในจังหวัด โดยเฉพาะตำบลบางแตนที่ยังคงอยู่ในขั้นวิกฤตและต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด พร้อมกำชับให้สำรวจระดับความเดือดร้อนของประชาชนเพื่อจัดลำดับความช่วยเหลือ พร้อมระดมเครื่องมือ ยานพาหนะ รถยกสูง และเรือท้องแบน ให้มีความพร้อมปฏิบัติงานทันทีเมื่อได้รับการร้องขอ โดยยึดความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็นสำคัญ



          ส่วนคำสั่งย้ายนายอำเภอบ้านสร้างกะทันหัน นายชนาธิป ให้ความเห็นว่า ไม่อยากให้สังคมมุ่งเน้นประเด็นดราม่าจนละเลยการทำงานเพื่อประชาชน พร้อมเปิดกว้างให้ผู้ที่ต้องการทราบข้อเท็จจริงลงพื้นที่สอบถามหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องถิ่น และกำนันผู้ใหญ่บ้านที่ปฏิบัติงานร่วมกับนายอำเภอโดยตรงได้ เพื่อรับทราบข้อมูลตามความเป็นจริง



          ด้านสถานการณ์ความตึงเครียดด้านมวลชนเริ่มก่อตัวขึ้น หลัง น.ส.ศิริพร ฉายวัฒนะ แกนนำภาคประชาชน ซึ่งเคยเคลื่อนไหวคัดค้านโครงการดินแลกน้ำในพื้นที่อำเภอนาดี ได้โพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เชิญชวนชาวอำเภอบ้านสร้างร่วมกันพายเรือฝ่ากระแสน้ำท่วม ออกมารวมตัวกัน ณ ศูนย์ราชการจังหวัดปราจีนบุรี เพื่อปกป้อง นายอำเภอบ้านสร้าง โดยระบุว่าเป็นการถูกกลั่นแกล้งย้ายเข้ากรุ พร้อมประกาศพร้อมเป็นแนวหน้าและจัดเตรียมเสบียงอาหารสนับสนุนการเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้แก่ข้าราชการที่ทำงานเพื่อประชาชน การสั่งย้ายนายอำเภอบ้านสร้างในช่วงเวลาที่ประชาชนกำลังเดือดร้อนจากภัยน้ำท่วมใหญ่ครั้งนี้ จึงกลายเป็นประเด็นร้อนที่ทุกฝ่ายกำลังจับตาอย่างใกล้ชิด ทั้งในมิติการบริหารจัดการวิกฤตอุทกภัยและการเคลื่อนไหวทางสังคมของภาคประชาชนในพื้นที่



          ที่น่าสนใจคือ หนังสือฉบับดังกล่าวลงวันที่ 30 ก.ย. 69 และลงนามโดย นายวีระพันธ์ ดีอ่อน อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งลงนามในวันสุดท้ายก่อนพ้นจากตำแหน่ง โดยเอกสารระบุชัดว่าเป็นการเสนอขอให้กรมการปกครองพิจารณาย้าย ไม่ใช่คำสั่งย้ายโดยตรง 



          ล่าสุด แหล่งข่าวระดับสูงในกระทรวงมหาดไทยให้ข้อมูลว่า ข้อเท็จจริงของกรณีดังกล่าวมีรายละเอียดมากกว่าที่ปรากฏต่อสาธารณะ โดยประเด็นที่เกิดขึ้นไม่ได้มาจากการรับฟังข้อมูลเพียงด้านเดียว และไม่ได้เป็นการดำเนินการจากกระแสข่าวหรือการตำหนิของฝ่ายการเมืองเพียงอย่างเดียว หากแต่มีการรายงานสถานการณ์จากพื้นที่เข้าสู่ผู้บังคับบัญชาตามลำดับ รวมทั้งมีข้อมูลจากเจ้าหน้าที่และผู้ที่ลงไปปฏิบัติหน้าที่จริงในพื้นที่



          ส่วนข้อเสนอของอดีตปลัดกระทรวงมหาดไทยที่ขอให้ผู้บังคับบัญชาปกป้องและดูแลผู้ใต้บังคับบัญชานั้น แหล่งข่าวเห็นว่า หลักการดังกล่าวเป็นสิ่งที่ผู้บังคับบัญชาทุกระดับยึดถืออยู่แล้ว แต่การปกป้องผู้ใต้บังคับบัญชาจะต้องดำเนินควบคู่กับการตรวจสอบข้อเท็จจริงและความรับผิดชอบต่อประชาชน



         ยังตั้งข้อสังเกตว่า การหยิบยกผลงานหรือคุณงามความดีในอดีตของข้าราชการมาเป็นเหตุผลว่าไม่ควรถูกตรวจสอบนั้น อาจไม่ใช่หลักการบริหารราชการที่ถูกต้อง เพราะ ผลงานในอดีตเป็นสิ่งที่ควรได้รับการยกย่อง แต่ไม่สามารถใช้เป็นข้อยกเว้นจากการตรวจสอบเมื่อมีเหตุหรือข้อร้องเรียนเกิดขึ้น



          ในทางกลับกัน หากผลการตรวจสอบปรากฏว่าไม่มีความหรือข้อกล่าวหาไม่เป็นความจริง ข้าราชการผู้นั้นก็ย่อมได้รับความเป็นธรรมและสามารถกลับมาปฏิบัติหน้าที่ได้ตามขั้นตอนของทางราชการ

ข่าวทั้งหมด

X