ทักษิณ ยื่นขอคุ้มครองทรัพย์ คดีขายหุ้นชินคอร์ป ศาลภาษีฯนัด 16 พ.ย.นี้

วันนี้, 05:48น.


          ศาลภาษีอากรกลาง นัดไต่สวนคำร้องของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ฟ้องกรมสรรพากรกรณีเรียกเก็บภาษีจากการขายหุ้นชินคอร์ป ให้กลุ่มเทมาเส็ก ยอดรวมราว 1.76 หมื่นล้านบาท โดยขอให้ศาลคุ้มครองทรัพย์สินที่ถูกอายัดไว้ก่อน ไม่ให้นำไปขายทอดตลาดระหว่างรอคดีหลัก



        นายทักษิณเบิกความว่า ทรัพย์ที่ถูกอายัดมีรถยนต์ 5 คัน เป็นรถกันกระสุน 2 คัน เพราะเคยถูกลอบสังหารหลายครั้ง หากถูกยึดจะเป็นอันตรายต่อชีวิตและต้องสั่งทำใหม่ซึ่งใช้เวลานาน พร้อมระบุว่าไม่มีเงินจากการขายหุ้นส่วนนั้นเหลือมาวางค้ำประกันแล้ว



       นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความ ให้สัมภาษณ์ว่าคดีนี้ไม่ใช่การฟ้องซ้ำ เพราะคดีก่อนศาลวินิจฉัยเรื่องขั้นตอนการประเมินภาษี ปัจจุบันมีเงินในบัญชีที่ถูกอายัดราว 90 ล้านบาท รถ 5 คัน และที่ดินในเชียงใหม่ที่ถือร่วมกับน้องสาว ทนายระบุว่า เงินราว 46,000 ล้านบาทที่เกี่ยวข้องกับการขายหุ้นชินคอร์ปเข้าสู่รัฐไปแล้ว จึงสงสัยว่าทำไมยังเก็บภาษีจากเงินได้ส่วนเดียวกันอีก ซึ่งกรมสรรพากรเรียกเก็บเงินต้นราว 5,800 ล้านบาท รวมเบี้ยปรับและเงินเพิ่มเป็นราว 17,000 ล้านบาท และให้กระทรวงการคลังออกมาปฏิเสธหากไม่เป็นเช่นนั้น พร้อมย้ำว่า คำร้องนี้ไม่ได้ขอให้เพิกถอนการประเมินภาษี แต่ขอให้คุ้มครองทรัพย์ไว้ก่อน เพราะหากขายทอดตลาดไปแล้วนายทักษิณชนะคดี จะเกิดคำถามว่ากรมสรรพากรรับผิดชอบอย่างไร ส่วนกรณีมีข่าวอาจฟ้องล้มละลาย ทนายเห็นว่า ควรชะลอไว้ก่อน เพราะยังโต้แย้งกันว่ามีหนี้ค้างจริงหรือไม่



          ระหว่างพยานอัยการปากที่ 4 เบิกความ นายทักษิณขออนุญาตกลับเพราะติดภารกิจ ศาลอนุญาต โดยเขาตอบสั้น ๆ ว่า "ไม่มีอะไรต้องพูด" ด้านอัยการขอขยายเวลายื่นคำให้การเพิ่มเติมเป็นครั้งที่ 3 โดยโจทก์ไม่คัดค้าน



          ส่วนประเด็นการฟ้องล้มละลาย นายวิญญัติ ชี้ว่ายังเป็นเรื่องที่โต้แย้งกันอยู่ว่ามีภาระหนี้ภาษีจริงหรือไม่ จึงควรชะลอไว้ก่อน โดยอัยการได้ขอขยายเวลายื่นคำให้การเป็นครั้งที่ 3 เนื่องจากคดีมีความซับซ้อน โดยศาลภาษีอากรกลางได้นัดฟังคำสั่งเรื่องการขอคุ้มครองชั่วคราวในวันที่ 16 พ.ย. 2569 เวลา 09.00 น



 

ข่าวทั้งหมด

X