ปลัด มท. สั่งการผู้ว่าฯกาญจนบุรี-ราชบุรี-สมุทรสงครามเตรียมรับการระบายน้ำเขื่อนใหญ่

วันนี้, 20:33น.


          (29 ก.ย. 69) ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำและการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ 3 จังหวัด (กาญจนบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม) ผ่านระบบ Video Conference ติดตามความพร้อมและกำชับมาตรการป้องกันผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินประชาชนจากกรณีเขื่อนวชิราลงกรณ ซึ่งได้รับปริมาณน้ำจากฝนตกหนักในช่วงที่ผ่านมา ทำให้มีน้ำในเขื่อนมากกว่าร้อยละ 90 ของความจุ และจำเป็นต้องระบายน้ำ ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำแควน้อยมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ขณะที่น้ำในแม่น้ำแควใหญ่ยังมีปริมาณมากและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ซึ่งไหลรวมกันลงแม่น้ำแม่กลองเป็นปริมาณมาก ส่งผลให้เขื่อนแม่กลอง ต้องระบายน้ำ 2,000 ลูกบาศก์เมตร/วินาที จะทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำแม่กลองท้ายเขื่อนมีระดับน้ำสูงขึ้นจากปัจจุบัน 1 - 1.5 เมตร ซึ่งจะส่งผลให้เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ท้ายเขื่อนทั้ง 3 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี และสมุทรสงคราม ซึ่งปลัดกระทรวงมหาดไทย กำชับผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 3 จังหวัด ในฐานะผู้อำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด ต้องนำแผนเผชิญเหตุมาปฏิบัติจริง และย้ำการแจ้งเตือนประชาชนทุกคนที่อยู่ในเส้นทางน้ำผ่านให้ทราบข้อมูลล่วงหน้า เพื่อให้สามารถอพยพได้อย่างสะดวกและปลอดภัยก่อนที่มวลน้ำจะมาถึง 



          น.ส.วริษฐา สงวนเสริมศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี กล่าวว่า สถานการณ์น้ำในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี เขื่อนวชิราลงกรณได้ปล่อยน้ำในปริมาณ 30 ล้านลูกบาศก์เมตรตั้งแต่ช่วงเที่ยงคืนที่ผ่านมา และจะเพิ่มปริมาณการปล่อยเป็น 42 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายเขื่อน โดยเฉพาะแม่น้ำแควน้อยที่มีปริมาณน้ำมากอยู่แล้วจากลำห้วยสาขาและน้ำป่าที่ไหลหลากลงมาจากภูเขา เมื่อรวมกับปริมาณน้ำในเขื่อนที่เกือบเต็มความจุจึงมีความจำเป็นต้องระบายน้ำออก



          ปริมาณน้ำนี้จะส่งผลให้ระดับน้ำในลำน้ำแควน้อยสูงขึ้น และคาดว่าจะไหลไปถึงตัวเมืองในวันพรุ่งนี้ ก่อนจะมุ่งหน้าสู่จังหวัดราชบุรี สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมจังหวัดกาญจนบุรีได้ขยายเป็นวงกว้างใน 5 อำเภอฝั่งตะวันตก ได้แก่ อำเภอไทรโยค ด่านมะขามเตี้ย เมืองกาญจนบุรี ท่าม่วง และท่ามะกา รวมถึงพื้นที่ฝั่งตะวันออก ได้แก่ อำเภอบ่อพลอย หนองปรือ ห้วยกระเจา และพนมทวน ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำล้นอ่างเก็บน้ำเข้าท่วมเต็มพื้นที่ โดยทางจังหวัดได้เตรียมความพร้อมทั้งเรื่องศูนย์พักพิง โรงครัว อาหาร และประสานความร่วมมือกับทหารเพื่อลำเลียงผู้คนและขนย้ายสิ่งของ โดยเฉพาะในชุมชนเขตเมืองที่มีมวลน้ำท่วมมิดและมีการเคลื่อนย้ายประชาชนบางส่วนไปยังศูนย์พักพิงเรียบร้อยแล้ว



          นายชยชัย แสงอินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม กล่าวว่า จังหวัดสมุทรสงครามเป็นพื้นที่ปลายน้ำที่รับมวลน้ำต่อจากจังหวัดราชบุรี มีพื้นที่รับน้ำใน 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอบางคนที อัมพวา และเมืองสมุทรสงคราม ก่อนไหลออกสู่อ่าวไทย โดยพื้นที่นี้มักประสบปัญหาน้ำท่วมสูงในช่วงปลายปีต่อเนื่องต้นปี เนื่องจากมวลน้ำจากตอนบนไหลมาปะทะกับภาวะน้ำทะเลหนุน



          จังหวัดสมุทรสงครามได้เตรียมความพร้อมจัดตั้งศูนย์พักพิงครบทุกตำบล รวมถึงเตรียมเรือพาย เรือยนต์ และรถยนต์ เพื่อช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางที่มีการระบุเป้าหมายไว้ชัดเจน พร้อมทั้งเตรียมอาหารและเครื่องอุปโภคบริโภคไว้รองรับ ปัจจุบันสถานการณ์น้ำในพื้นที่ยังอยู่ในระดับปกติ อย่างไรก็ตามได้มีการส่งข้อความแจ้งเตือนให้ประชาชนเตรียมความพร้อมอพยพแล้ว นอกจากนี้ ยังได้ประสานงานกับศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) และกองทัพเรือ เพื่อเตรียมนำเรือมาช่วยผลักดันน้ำออกสู่อ่าวไทยให้รวดเร็วที่สุด เพื่อลดผลกระทบจากภาวะน้ำเท้อที่จะส่งผลให้น้ำท่วมขังในพื้นที่ตอนบน



          ในส่วนของหัวหน้าสำนักงาน ปภ. จังหวัดราชบุรี กล่าวว่า จังหวัดราชบุรีได้ส่งข้อความแจ้งเตือนภัย Cell Boardcast ใน 7 อำเภอที่ติดริมแม่น้ำแม่กลองและลำคลองสาขา ได้แก่ อำเภอเมืองราชบุรี บ้านโป่ง โพธาราม บางแพ ดำเนินสะดวก ปากท่อ และวัดเพลง โดยผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรีได้สั่งการให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและนายอำเภอจัดเตรียมศูนย์พักพิงในพื้นที่เสี่ยง ซึ่งปัจจุบันมีประชาชนกลุ่มเปราะบาง เด็ก สตรี และผู้สูงอายุ เข้ามาพักอาศัยบ้างแล้ว นอกจากนี้ จังหวัดราชบุรี ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ อุดช่องระบายน้ำ และตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ที่ศาลากลางจังหวัด พร้อมประสานความร่วมมือกับหน่วยทหาร มูลนิธิ และศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 4 ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อสนับสนุนเครื่องจักรกลและเรือท้องแบน



          นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ขอให้ทั้ง 3 จังหวัดนำแผนเผชิญเหตุมาใช้จริงร่วมกันตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไป โดยคำนวณระยะเวลาที่มวลน้ำจะมาถึงแต่ละชุมชนและประสานข้อมูลให้ตรงกัน พร้อมทั้งกำหนดตัวชี้วัดความสำเร็จ 2 ประการหลัก ได้แก่ 1. ต้องเคลื่อนย้ายกลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และเด็กไปยังพื้นที่ปลอดภัยก่อนที่น้ำจะมาถึง โดยต้องไม่มีผู้ป่วยติดเตียงตกค้างอยู่ในพื้นที่น้ำท่วม และ 2. ต้องเคลื่อนย้ายรถยนต์และยานพาหนะออกจากพื้นที่ลุ่มต่ำทั้งหมด โดยไม่ให้มีภาพรถยนต์จมน้ำท่วมอยู่บนถนน



          รวมทั้งทบทวนความพร้อมของศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ที่ศาลากลางจังหวัด หากอยู่ในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม จะต้องมีแผนสำรองย้ายสถานที่ปฏิบัติงานเพื่อไม่ให้เกิดสภาวะสุญญากาศในการบัญชาการ นอกจากนี้ ต้องเตรียมความพร้อมด้านอาหารปรุงสุกพร้อมรับประทาน 3 มื้อสำหรับประชาชนที่อพยพ เพราะในระยะแรกของการหนีน้ำ ประชาชนยังไม่สามารถประกอบอาหารเองได้ การแจกถุงยังชีพจึงควรเป็นเรื่องที่ดำเนินการในลำดับต่อมา



          นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้ย้ำถึงการเยียวยา โดยให้จังหวัดเร่งดำเนินการเตรียมการเยียวยาประชาชน โดยผู้ว่าราชการจังหวัดสามารถเบิกจ่ายเงินทดรองราชการในอำนาจได้ทันที และหากวงเงินไม่เพียงพอ กรมบัญชีกลางก็พร้อมที่จะอนุมัติขยายวงเงินเพิ่มเติมให้โดยเร็ว สำหรับเงินเพิ่มตามมติคณะรัฐมนตรี ขอให้สำรวจและจัดการประชุมคณะกรรมการระดับจังหวัดเพื่อเสนอมายังกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยต่อไป



          ในวันพรุ่งนี้ (30 ก.ย. 69) เวลา 08.00 น. จะมีการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติเพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัย และการให้ความช่วยเหลือในพื้นที่จังหวัด และกรุงเทพมหานคร โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ เป็นประธานการประชุม



....



กองสารนิเทศ สป.มท.



ภาพ Pr Kanchanaburi ประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี

ข่าวทั้งหมด

X