“นายกฯ"ลงพื้นที่ แฟลตคลองจั่น บางกะปิ รอบ2 ต่อด้วย ชุมชนเคหะร่มเกล้า เยี่ยมศูนย์พักพิง ให้กำลังใจประชาชน

วันนี้, 05:29น.


          นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ลงพื้นที่แฟลตคลองจั่น เขตบางกะปิ เพื่อตรวจเยี่ยมรถประกอบอาหาร ของกระทรวงมหาดไทย และให้กำลังใจประชาชนผู้ประสบภัย พร้อมมอบถุงยังชีพให้กับประชาชนที่พักอาศัยในแฟลตต่าง ๆ นายอนุทิน ตรวจเยี่ยมโรงครัวพร้อมเน้นย้ำในเรื่องปริมาณกับข้าวให้มีปริมาณเยอะ ๆ เพื่อผู้ประสบภัยกินอิ่ม 


          ก่อนจะลงเรือนำถุงยังชีพ ข้าวกล่อง น้ำดื่ม และยา มอบให้กับประชาชนแฟลตต่างๆ โดยครั้งนี้นายอนุทินได้สวมรองเท้าบู๊ทยาวลุยน้ำ หลังวานนี้เดินเท้าเปล่า ลุยน้ำ  จนถูกวิพากษ์วิจารณ์ โดยยืนยันว่า รัฐบาลพร้อมรับฟัง หลังประชาชนสะท้อน ความไม่พอใจ โดยระหว่างลงพื้นที่มีประชาชนบางส่วนแสดงความไม่พอใจและวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล พร้อมรับฟัง และควรเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ระบายความรู้สึกจากสถานการณ์ที่กำลังเผชิญอยู่ หากเป็นเรา  เจอสถานการณ์แบบนี้ อาจพูดแรงกว่านี้ก็ได้


          จากแฟลตคลองจั่น บางกะปิ แล้ว ราว 4 ทุ่ม  นายอนุทิน ลงพื้นที่ไปต่อที่ชุมชนเคหะร่มเกล้า เขตลาดกระบัง เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยและให้กำลังใจประชาชนผู้ประสบภัย พร้อมมอบอาหาร น้ำดื่ม และถุงยังชีพให้กับประชาชนที่พักอาศัยในพื้นที่ โดยนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ร่วมลงพื้นที่ด้วย


       รวมทั้ง พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ ร นายอนุทิน ได้ลงเรือติดตามสถานการณ์ และเดินทางไปยังโรงเรียนเคหะชุมชนลาดกระบัง ซึ่งเป็นที่ตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราว มีผู้พักอาศัยประมาณ 70 คน 


       นายอนุทิน ได้เดินขึ้นอาคารเยี่ยมให้กำลังใจประชาชน พร้อมเน้นย้ำหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลประชาชนอย่างดีที่สุด พร้อมจัดอาหาร น้ำดื่ม ให้ครบทุกมื้อ รวมถึงยารักษาโรค


       นายอนุทิน กล่าวว่า ขณะนี้ปริมาณน้ำในพื้นที่ค่อย ๆ ลดลง ซึ่งตอนนี้เหตุที่ยังลดลงแบบรวดเร็วไม่ได้เพราะว่าน้ำด้านนอกยังอยู่ในระดับที่สูงอยู่ ถ้ายิ่งปั๊มสูบออก ย้ำก็ยิ่งวนกลับมา เราต้องรอให้ระบายให้เรียบร้อย เมื่อมันเริ่มไหลได้ เริ่มระบายแล้ว หน่วยที่เกี่ยวข้องและกรุงเทพมหานครก็จะระดมไดโว่สูบน้ำทั้งหลายมาผลักดันน้ำออกไปเพิ่มเติม


          ด้านนพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ขณะนี้มีพื้นที่ได้รับผลกระทบรวม 23 จังหวัด สถานบริการสาธารณสุขได้รับผลกระทบเพิ่มเป็น 49 แห่ง ในจำนวนนี้ เปิดบริการปกติ 24 แห่ง ปิดบางส่วน 3 แห่ง และปิดบริการ 22 แห่ง มีรายงานผู้เสียชีวิตแล้ว 19 คน ส่วนใหญ่มาจากการพลัดตกน้ำจมน้ำ และไฟฟ้าช็อต จึงขอให้ประชาชนในพื้นที่น้ำท่วมเพิ่มความระมัดระวัง เพราะระดับน้ำ กระแสน้ำ และพื้นที่ใต้น้ำจะเปลี่ยนไปจากเดิม


         หากจำเป็นต้องลงไปในน้ำ ควรนำอุปกรณ์ที่ช่วยพยุงตัว เช่น เสื้อชูชีพ แกลลอนพลาสติก ติดไปด้วยเพื่อใช้เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน กรณีน้ำท่วมเข้าภายในบ้าน ควรตัดการจ่ายไฟและงดใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิด ทั้งนี้ ประชาชนที่มีแอปพลิเคชัน "หมอพร้อม" สามารถติดตามข้อมูลและคำแนะนำการปฏิบัติตัวในช่วงสถานการณ์น้ำท่วมได้อีกทางหนึ่ง


 


#น้ำท่วม69
ข่าวทั้งหมด

X