ฝนซา-กทม.เร่งระบายน้ำฝั่งตะวันออก ดูแลผู้ป่วยติดเตียง

วันนี้, 10:25น.


          ศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วม กรุงเทพมหานคร นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมและการช่วยเหลือประชาชน โดยเปิดเผยว่า สถานการณ์ฝนในกรุงเทพฯ เริ่มผ่อนคลายลง หลังหย่อมความกดอากาศต่ำเคลื่อนออกจากพื้นที่แล้ว ทำให้ฝนไม่รุนแรงเท่าช่วง 2–3 วันที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ยังคงมีฝนจากอิทธิพลของลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้เป็นระยะ โดยเมื่อคืนมีฝนตกในพื้นที่ฝั่งตะวันออก อาทิ หนองจอกประมาณ 62 มิลลิเมตร ลาดกระบังประมาณ 55 มิลลิเมตร และมีนบุรีประมาณ 52 มิลลิเมตร ส่งผลให้มีน้ำเติมเข้าไปในพื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมขัง


          ขณะนี้ภารกิจสำคัญคือเร่งลดระดับน้ำในคลองสายหลัก เพื่อให้สามารถดึงน้ำจากถนนและชุมชนออกมาได้เร็วขึ้น โดยหลายพื้นที่เริ่มมีแนวโน้มดีขึ้น แต่คลองประเวศบุรีรมย์ คลองลาดพร้าว และคลองสายหลักบางแห่งยังมีระดับน้ำสูง เนื่องจากต้องรองรับน้ำจากพื้นที่กว้าง รวมถึงน้ำจากพื้นที่ต่อเนื่องด้านนอกกรุงเทพฯ จึงต้องเดินเครื่องสูบน้ำและบริหารประตูระบายน้ำอย่างเต็มกำลัง


          ด้านนายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวเสริมว่า สำหรับพื้นที่ฝั่งตะวันออก โดยเฉพาะลาดกระบัง หนองจอก มีนบุรี และพื้นที่ต่อเนื่อง กทม. ยังคงเร่งระบายน้ำอย่างต่อเนื่อง พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเพิ่มช่องทางการระบาย ขณะที่คลองแสนแสบและคลองประเวศบุรีรมย์จะเร่งผลักดันน้ำออกจากพื้นที่ โดยมีการใช้เครื่องสูบน้ำและอุปกรณ์สนับสนุนเพิ่มเติม เพื่อช่วยลดระดับน้ำให้เร็วที่สุด


          สำหรับการเดินทาง หลายเส้นทางเริ่มดีขึ้น โดยถนนเพชรบุรีบางช่วงสามารถทยอยเปิดการสัญจรได้ ส่วนถนนวิภาวดีรังสิตสามารถเดินทางได้มากขึ้น แต่ยังมีบางจุดที่ต้องใช้ความระมัดระวัง โดย กทม. ขอให้ประชาชนตรวจสอบสภาพเส้นทางก่อนออกเดินทาง


           ด้านนางสาวทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า ข้อมูลจากศูนย์บัญชาการฯ ระบุว่า ตั้งแต่เริ่มสถานการณ์มีประชาชนได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมทั้งระดับน้อยและมากประมาณ 329,000 ครัวเรือน หรือราว 700,000 คน โดยพื้นที่ที่มีน้ำท่วมลึกและมีประชาชนได้รับผลกระทบจำนวนมาก ได้แก่ เขตลาดกระบังประมาณ 30,000–40,000 คน เขตบางกะปิประมาณ 20,000 คน และเขตคันนายาวประมาณ 30,000–40,000 คน ขณะที่เขตสะพานสูง สวนหลวง และหลักสี่ยังมีประชาชนในพื้นที่น้ำท่วมและชุมชนริมคลองได้รับผลกระทบ โดยหลักสี่มีประมาณ 10,000 คน ภารกิจสำคัญที่สุดในขณะนี้ นอกจากการเร่งระบายน้ำแล้ว คือการดูแลประชาชนที่ยังอยู่ในพื้นที่น้ำท่วม โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และประชาชนที่ขาดแคลนอาหาร น้ำดื่ม หรือไม่สามารถออกจากพื้นที่ได้


 


#กทม.


#น้ำท่วม69
ข่าวทั้งหมด

X