สำนักข่าว Politico รายงานโดยอ้างแหล่งข่าว 5 รายระบุว่า รัฐบาลสหรัฐ กำลังเตรียมแผนที่จะห้ามส่งออกน้ำมันดีเซล เป็นเวลา 90 วัน โดยมีเป้าหมายเพื่อลดราคาพลังงานในประเทศ ซึ่งกำลังส่งผลกระทบต่อพรรครีพับลิกัน ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม ในวันที่ 3 พ.ย.นี้
รายงานข่าวดังกล่าวเน้นย้ำ การตอบคำถามของ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ที่สนับสนุนแนวคิดในการห้ามส่งออกน้ำมันดีเซลของสหรัฐ ต่อคำถามของผู้สื่อข่าวนอกรอบการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UNGA) ที่นครนิวยอร์ก เนื่องจากขณะนี้ผู้ผลิตน้ำมันในสหรัฐพากันส่งออกน้ำมันดีเซล เพื่อฉวยประโยชน์จากการพุ่งขึ้นเป็นประวัติการณ์ของราคาน้ำมันดังกล่าว ท่ามกลางสงครามในอิหร่านและยูเครน
ปธน.ทรัมป์หวังว่าการห้ามส่งออกดีเซลจะช่วยเพิ่มปริมาณน้ำมันในประเทศ และลดราคาน้ำมันในสหรัฐ เพื่อไม่ให้กระทบต่อคะแนนนิยมของพรรครีพับลิกันก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพ.ย.
S&P Global รายงานว่า สหรัฐส่งออกน้ำมันดีเซลประมาณ 1.5 ล้านบาร์เรลต่อวันในปีนี้ และในเดือนส.ค.เพียงเดือนเดียว การส่งออกพุ่งขึ้นถึง 1.6 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์
ด้านนายสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ กล่าวว่า รัฐบาลกำลังตรวจสอบว่า การดำเนินมาตรการห้ามส่งออกดีเซลสามารถทำได้จริงหรือไม่ และกำลังพิจารณาด้วยว่า การห้ามส่งออกทั้งหมดหรือเพียงบางส่วนจะสามารถใช้ได้ผลหรือไม่
แต่นายคริส ไรต์ รัฐมนตรีพลังงานสหรัฐ มีความเห็นขัดแย้งกับปธน.ทรัมป์ โดยกล่าวว่า การที่สหรัฐจะสั่งห้ามส่งออกน้ำมันดีเซลนั้น จะไม่สามารถแก้ปัญหาได้ และอาจทำให้ราคาน้ำมันเบนซินและน้ำมันอากาศยานพุ่งขึ้น
การใช้มาตรการแบบตรงไปตรงมาด้วยการห้ามส่งออกดีเซลนั้น ไม่ได้ผลอย่างแน่นอน หากคุณไม่ส่งออกน้ำมันดีเซลจากโรงกลั่น คุณก็จะไม่มีสถานที่เพียงพอสำหรับการจัดเก็บดีเซล ทำให้คุณต้องลดกำลังการกลั่นน้ำมันประเภทต่างๆ ในสหรัฐ ซึ่งจะส่งผลให้ราคาน้ำมันเบนซินและน้ำมันอากาศยานถูกกดดันให้ปรับตัวสูงขึ้น เขากล่าว
นักวิเคราะห์เตือนว่า มาตรการดังกล่าวอาจผลักดันให้ราคาน้ำมันดีเซลในตลาดโลกสูงขึ้น และท้ายที่สุดอาจกลับมาทำให้ต้นทุนต่าง ๆ ในระบบเศรษฐกิจสหรัฐปรับตัวสูงขึ้นตามมา
ข่าวทั้งหมด