น้ำเหนือเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เขื่อนเจ้าพระยาเตรียมปรับเพิ่มการระบาย 1,000 - 1,300 ลบ.ม./วินาที

20 กันยายน 2569, 21:40น.


          นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า จากการติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์น้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยาอย่างใกล้ชิด พบว่า ในช่วงวันที่ 19 - 20 กันยายน ที่ผ่านมา มีปริมาณฝนตกหนักบริเวณจังหวัดแพร่ เชียงราย กำแพงเพชร และสุโขทัย มากกว่า 100 มิลลิเมตร ทำให้มีปริมาณน้ำท่าในลำน้ำสายต่าง ๆ เพิ่มสูงขึ้นตามลำดับ ก่อนจะไหลลงสู่พื้นที่ตอนล่าง ไปรวมกันที่บริเวณเหนือเขื่อนเจ้าพระยา ทำให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย



          กรมชลประทาน มีความจำเป็นต้องระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา ในอัตราประมาณ 1,000 - 1,300 ลบ.ม./วินาที เพื่อควบคุมระดับน้ำด้านเหนือเขื่อน ไว้รองรับปริมาณน้ำหลากจากพื้นที่ตอนบน ที่ยังคงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น โดยจะพิจารณาปรับเพิ่มการระบายน้ำตามปริมาณน้ำที่ไหลลงสู่บริเวณเหนือเขื่อนเจ้าพระยา



          พื้นที่ที่อาจได้รับผลกระทบจากระดับน้ำที่เพิ่มขึ้น ระดับน้ำด้านท้ายเขื่อนเจ้าพระยา เพิ่มสูงขึ้นจากปัจจุบันประมาณ 0.50 - 1.50 เมตร โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ บริเวณอำเภอเสนา อำเภอผักไห่ อำเภอบางบาล อำเภอพระนครศรีอยุธยา อำเภอบางปะอิน และอำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา



          อย่างไรก็ตาม ระดับน้ำยังไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ชุมชนที่อยู่ภายในคันกั้นน้ำ จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำ พื้นที่นอกคันกั้นน้ำ และพื้นที่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ติดตามสถานการณ์น้ำและประกาศแจ้งเตือนจากกรมชลประทานและหน่วยงานต่างๆ อย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมรับมือกับระดับน้ำที่อาจเพิ่มสูงขึ้น



          ได้สั่งการให้โครงการชลประทานทุกแห่ง ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด ทั้งปริมาณน้ำจากพื้นที่ตอนบน ปริมาณน้ำฝน ปริมาณน้ำท่า และระดับน้ำตามสถานีตรวจวัดต่าง ๆ รวมทั้งปรับแผนการบริหารจัดการน้ำให้เหมาะสมกับสถานการณ์ เพื่อควบคุมระดับน้ำเหนือเขื่อน รองรับปริมาณน้ำหลาก ช่วยลดผลกระทบต่อประชาชนและพื้นที่การเกษตรให้มากที่สุด



....



สำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา กรมชลประทาน



ภาพ สำนักงานชลประทานที่ 12 จังหวัดชัยนาท 

ข่าวทั้งหมด

X