การต่ออายุโครงการไทยช่วยไทย พลัส เฟส 2 นายอนุทิน ชาญวีระกูล นายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึง ว่า ตนได้เห็นชอบในหลักการแล้ว ตามที่รมว.คลัง รายงาน พร้อมยืนยันว่า มาตรการทั้งหมดที่ออกมาไม่ใช่โครงการประชานิยม แต่เป็นกลไกสำคัญในการช่วยอัดฉีดระบบเศรษฐกิจและลดค่าใช้จ่ายในภาวะปัจจุบัน
ด้านโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากที่ได้คุยกับรมว.คลัง คาดว่า จะให้สิทธิ 1,000 บาท เป็นเวลาการใช้ 2 เดือน ในเกณฑ์ 60:40 เหมือนเดิม
ด้านนางศุภจี สุธรรมพันธ์ รมว.พาณิชย์ กล่าวถึงแนวทางการรับมือกับสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก คาดว่า ในการประชุม ครม. สัปดาห์หน้า จะมีการเสนอมาตรการที่ชัดเจนในการบริหารจัดการราคาพลังงาน ค่าครองชีพ และราคาสินค้าเกษตร โดยจะพิจารณาการดึงงบประมาณจากส่วนต่าง ๆ มาใช้ตามความเหมาะสม ทั้งงบกลาง เงินกู้ หรือกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่เกษตรกรและประชาชน
ส่วนการเจรจาภาษีกับสหรัฐฯ ว่าในขณะนี้ยังมีรายละเอียดที่ต้องหารือกันเพิ่มเติมเล็กน้อยระหว่างไทยและสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) โดยในวันพรุ่งนี้จะเดินไปประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน ที่ประเทศฟิลิปปินส์ซึ่งจะได้มีการหารือเพิ่มเติมกับรองผู้แทนการค้าสหรัฐ เกี่ยวกับเรื่องนี้คิดว่าจะมีการพูดคุยให้เสร็จเรียบร้อย
ส่วนการเจรจาหารือระหว่างนายกรัฐมนตรีของไทยและประธานาธิบดีสหรัฐฯ เพื่อปิดดีลนั้น รวมไปถึงเรื่องเงื่อนไขของการพิจารณาภาษีอัตราพิเศษให้กับไทย รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า ต้องให้ผู้นำทั้ง 2 ประเทศพูดคุยกันเองโดยตรง หากสามารถเจรจาการค้าไทย-EU ได้สำเร็จจะเกิดผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจกับประเทศไทยเพิ่มขึ้นอีกมาก จะส่งผลให้จีดีพีของไทยเพิ่มขึ้น 1.28% ซึ่งปัจจุบันจีดีพีอยู่ที่ 2% กว่า ๆ และการเจรจา FTA ไทย-EU ก็จะช่วยให้จีดีพีของไทยเพิ่มขึ้นเป็นขยายตัวได้เกินกว่า 3% ต่อปี ส่วนการส่งออกจะเพิ่มขึ้น 2.8% ถือว่าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
#เศรษฐกิจไทย
ข่าวทั้งหมด