องค์กรระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (International Organization for Migration : IOM) เผยแพร่รายงานฉบับใหม่ ระบุว่า ในปี 2569 มีผู้อพยพเสียชีวิตหรือหายสาบสูญในทะเลมากกว่า 2,200 คน แม้ว่าจำนวนผู้ที่ข้ามพรมแดนเข้าสู่ยุโรปจะลดลงก็ตาม
รายงาน ระบุว่า จำนวนผู้อพยพที่ข้ามไปยังยุโรปทางทะเลลดลงอย่างมาก โดยมีจำนวนประมาณ 60,000 คน เดินทางมาถึงยุโรปทางเรือ ซึ่งลดลงร้อยละ 39 จากประมาณ 98,000 คน ในช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว แต่มีผู้เสียชีวิตหรือสูญหาย 2,292 คน เพิ่มขึ้นจาก 1,999 คนในช่วงเวลาเดียวกัน
นางเอมี โป๊ป ผู้อำนวยการใหญ่ของ IOM กล่าวเรียกร้องให้มีการประสานงานระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่องเพื่อช่วยชีวิต ปกป้องผู้คนที่กำลังเดินทาง ต่อสู้กับการค้ามนุษย์และการแสวงประโยชน์ และขยายเส้นทางที่ปลอดภัยและเป็นไปตามกฎหมาย ย้ำว่า การเสียชีวิตและการสูญหายในทะเลสามารถป้องกันได้ คนส่วนใหญ่ที่พยายามอพยพ คือผู้ที่หนีภัยสงคราม การถูกกดขี่ข่มเหงและความยากลำบากทางเศรษฐกิจ
รัฐบาลหลายประเทศในยุโรปผลักดันนโยบายควบคุมชายแดนที่เข้มงวดมากขึ้น โดยเมื่อเดือนมิถุนายน สหภาพยุโรปตกลงใช้กฎใหม่ที่อนุญาตให้ส่งตัวผู้ลี้ภัยกลับไปยังประเทศนอกกลุ่มสหภาพยุโรป ขณะที่ IOM เรียกร้องให้มีเส้นทางการอพยพเข้ายุโรปอย่างถูกกฎหมายมากขึ้น และมาตรการที่เข้มงวดขึ้นเพื่อลดความเสี่ยงตามเส้นทางข้ามแดนที่มีอยู่
รายงานฉบับนี้ยังจัดทำขึ้นหลังวิกฤตการอพยพที่เกิดขึ้นในเมืองเซวตา ซึ่งเป็นดินแดนของสเปนในแอฟริกาเหนือ เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โดยมีผู้คนกว่า 70,000 คนข้ามพรมแดนจากโมร็อกโกภายใน 2 วัน ทำให้มีผู้เสียชีวิตระหว่างทางอย่างน้อย 90 คน ส่งผลให้เกิดการประท้วงทั่วประเทศเป็นเวลาหลายสัปดาห์
...
#การโยกย้ายถิ่นฐาน
#สหภาพยุโรป
ข่าวทั้งหมด