ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อกลางดึกคืนวานนี้(17 ก.ย.) พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. นำกำลังเจ้าหน้าที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (บก.สส.สตม.) เข้าตรวจค้นคฤหาสน์หรูในซอยเอกชัย 112 แขวงบางบอนเหนือ เขตบางบอน กรุงเทพฯ สามารถจับกุมผู้ต้องหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์จำนวน 15 ราย ทั้งหมดเป็นชาย ประกอบด้วยชาวญี่ปุ่น-จีน-ไต้หวัน ในจำนวนนี้ มีคนไทย 1 ราย
ที่เกิดเหตุอยู่ลึกเข้าไปในซอยประมาณ 100 เมตร เป็นบ้านสไตล์ยุโรป สูง 2 ชั้น อยู่ในรั้วรอบขอบชิด จากการตรวจสอบชั้นบนเป็นห้องทำงานแก๊งคอลเซ็นเตอร์ของชาวญี่ปุ่น แบ่งเป็นห้องๆ พบโพยสคริปต์ภาษาญี่ปุ่นที่ใช้ในการหลอกลวงเป็นภาษาญี่ปุ่นจำนวนมาก และอุปกรณ์ที่ใช้ในการหลอกลวง ทั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ โน๊ตบุ๊ก และโทรศัพท์มือถือ จำนวนมาก
นอกจากนี้ยังพบเครื่องแบบเจ้าหน้าที่ตำรวจญี่ปุ่น รวมถึงบัตรประจำตัว ตำรวจญี่ปุ่นของปลอม และอาร์มโลโก้ ที่กลุ่มผู้ต้องหา ใช้ Video Call หลอกลวง ชาวญี่ปุ่นด้วยกัน และวิทยุสื่อสาร ส่วนบริเวณชั้นล่าง มีทั้งห้องคาราโอเกะ ห้องโถง ขนาดใหญ่ และ พบโต๊ะพนันโป๊กเกอร์ จำนวน 1 ตัว รวมถึงยาเสพติดเคตามีนจำนวนหนึ่ง พร้อมอุปกรณ์การเสพและเครื่องชั่ง ไพ่ ชิปแลกเงิน ซึ่งไว้สำหรับการเล่นพนัน และโทรศัพท์มือถือกว่า 27 เครื่อง pocket wifi 6 เครื่อง เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดไว้เป็นของกลาง
พล.ต.ต.พันธนะ เปิดเผยว่า สำหรับการจับกุมในครั้งนี้ มีพลเมืองดีแจ้งไปที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองว่า พบชาวต่างชาติเข้าออกภายในบ้านหลังนี้เป็นจำนวนมากซึ่งมีพฤติกรรมที่น่าสงสัย ก่อนจะขอศาลอนุมัติออกหมายค้น เข้ามาตรวจสอบ และพบเจอว่าเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จากการตรวจสอบพบว่าบอสชาวจีนรายนี้ ใช้นอมินีเป็นผู้เช่าคฤหาสน์หลังดังกล่าว โดยเช่ามานานกว่า 1 ปี ในอัตราค่าเช่าสูงถึงเดือนละ 900,000 บาท เบื้องต้นจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 15 คน ในจำนวนนี้เป็นคนไทยเพียง 1 คน
จากการตรวจสอบยังพบว่า ผู้ต้องหาทั้ง 15 คน ทำหน้าที่ในระดับปฏิบัติการ โดยมีหน้าที่โทรศัพท์หลอกลวงเหยื่อ ขณะที่เครือข่ายดังกล่าวมุ่งเป้าหมายไปที่ชาวญี่ปุ่นเป็นหลัก ส่วนบอสเชื่อว่ายังหลบหนีอยู่ในประเทศ ขณะนี้อยู่ระหว่างการเฝ้าระวังไม่ให้หลบหนีผ่านช่องทางธรรมชาติ
สำหรับรูปแบบการหลอกลวงไม่ได้มีพฤติการณ์ซับซ้อน โดยจะสุ่มโทรศัพท์หาเหยื่อ บอกว่ามีพัสดุสิ่งผิดกฎหมาย ถ้าเหยื่อหลงเชื่อ ก็จะแกล้งโอนต่อไปอีกสายโดยอ้างว่าเป็นตำรวจก่อนอ้างว่าพบธุรกรรมทางการเงินต้องสงสัย หรือเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมาย จากนั้นจะหลอกให้เหยื่อโอนเงินมาให้ตรวจสอบ
หลังจากนั้น ตำรวจได้พาสื่อมวลชน เข้าไปดูตามห้องต่างๆ พบว่ามีการแบ่งพื้นที่อย่างชัดเจน โดยบริเวณชั้น 2 เป็นห้องทำงาน ลักษณะเป็นตู้เก็บเสียง 8 ตู้ ที่ไว้ต่อสายโทรศัพท์โทรหลอกลวงผู้เสียหาย ซึ่งจะแปะสคริปต์เป็นภาษาญี่ปุ่น ถัดมาจะเป็นพื้นที่ไว้ใช้ต่ออีกสาย โดยห้องนี้จะมีชุดตำรวจที่แปะโลโก้ตำรวจสถานีต่างๆของประเทศญี่ปุ่น แขวนอยู่เต็มราว
สำหรับของกลางที่เจ้าหน้าที่ตรวจยึดได้เบื้องต้น ประกอบด้วยคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ ชิปแลกเงิน รวมถึงไอซ์และอุปกรณ์เสพยาเสพติดอีกจำนวนหนึ่ง ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบและสรุปรายละเอียดของกลางทั้งหมด พร้อมกับควบคุมตัวผู้ต้องหา ให้พนักงานสอบสวน ตรวจคนเข้าเมือง พิจารณาแจ้งข้อกล่าวหา และผลักดันผู้ต้องหาชาวต่างชาติกลับสู่ประเทศ
#แก็งค์คอลเซนเตอร์
ข่าวทั้งหมด