ข้อมูลของ Fire Emissions Watch ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่พัฒนาโดยโคเปอร์นิคัส บริการตรวจสอบสภาพภูมิอากาศของสหภาพยุโรป ระบุว่า เหตุไฟป่าในอินโดนีเซียช่วงระหว่างวันที่ 1 ถึง 7 กันยายน (2569) ปล่อยก๊าวคาร์บอนสูงกว่า 19.7 ล้านเมตริกตัน แซงหน้ารัสเซียขึ้นมาเป็นอันดับ1 ของโลก และคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 1 ใน 3 ของการปล่อยมลพิษจากไฟป่าทั่วโลกในช่วงเวลาเดียวกัน โดยมีความเข้มข้นสูงสุดในกาลิมันตัน ของเกาะบอร์เนียว และทางตะวันออกของเกาะสุมาตรา
นายมาร์ค พาร์ริงตัน นักวิทยาศาสตร์อาวุโสจากศูนย์บริการตรวจสอบบรรยากาศโคเปอร์นิคัสในเมืองบอนน์กล่าวว่า อินโดนีเซียเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดไฟป่าสูงที่สุดในโลก แต่เนื่องจากสภาพอากาศแบบซูเปอร์เอลนีโญ ทำให้อุณหภูมิสูงขึ้นและเกิดภัยแล้งอย่างรุนแรง ทำให้ไฟป่าในปีนี้มีความสร้างความเสียหายที่สุดในรอบ 11 ปี
ความเข้มข้นของการปล่อยมลพิษพุ่งสูงเกิน 1,500 กิโลกรัมต่อตารางกิโลเมตร ซึ่งสูงกว่าระดับของประเทศรัสเซียถึง 10 เท่า และสูงกว่าค่าเฉลี่ยตามฤดูกาลปกติถึง 273% แต่ยังคงต่ำกว่า 21.7 ล้านตันที่ปล่อยออกมาในสัปดาห์เดียวกันของปี 2558 ซึ่งเป็นช่วงที่อินโดนีเซียกำลังเผชิญกับสภาวะเอลนีโญที่รุนแรงเช่นเดียวกัน
โครงการ Fire Emissions Watch ใช้ข้อมูลจากการสังเกตการณ์ด้วยดาวเทียมเพื่อประเมินความเข้มข้นของอนุภาคฝุ่นละออง สารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย ก๊าซคาร์บอน และมลพิษอื่นๆ ที่เกิดจากไฟไหม้
จากการศึกษาพบว่าไฟป่าในอินโดนีเซียเมื่อปี 2558 ปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อวันมากกว่าทั้งสหภาพยุโรป และทำให้มีผู้เสียชีวิตเกินกว่าปกติมากกว่า 100,000 รายในอินโดนีเซีย มาเลเซีย และสิงคโปร์ ซึ่งนักวิทยาศาสตร์เตือนว่า ปัจจุบันยังเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของฤดูกาล คาดว่าไฟป่าจะยังคงลุกลามต่อไป การปล่อยมลพิษจะยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนถึงสิ้นเดือนตุลาคม
....
#ไฟป่าอินโดนีเซีย
#โคเปอร์นิคัส
ข่าวทั้งหมด