นายยูริ อูชาคอฟ ผู้ช่วยประธานาธิบดีรัสเซีย กล่าวว่า ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย และ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ได้สนทนากันทางโทรศัพท์ในวันที่ 8 ก.ย. ตามเวลาท้องถิ่น โดยการสนทนาเป็นไปอย่างสร้างสรรค์และจริงใจ
การสนทนาดังกล่าวใช้เวลา 1 ชั่วโมง โดยในระหว่างการพูดคุย ปธน.ปูตินเน้นย้ำว่า รัสเซียไม่มีเจตนาที่เป็นปฏิปักษ์ต่อประเทศต่าง ๆ ในยุโรป ท่ามกลางกระแสการกล่าวหาว่า รัสเซียมีเจตนาเป็นศัตรูต่อประเทศในยุโรป เราได้ย้ำว่า เราไม่มีแผนการที่ก้าวร้าวต่อยุโรป โดยเรื่องเล่าที่เผยแพร่เกี่ยวกับภัยคุกคามจากรัสเซีย ถูกใช้เป็นข้ออ้างเพื่อให้ประเทศในยุโรปเพิ่มการสนับสนุนยูเครน และเพิ่มการใช้จ่ายด้านกลาโหมของตนเอง
นายอูชาคอฟกล่าวว่า ปธน.ทรัมป์ได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการยุติความขัดแย้งในยูเครน ซึ่งหากทำได้ ก็จะเปิดโอกาสสำหรับการฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียและสหรัฐอย่างเต็มรูปแบบ
นอกจากนี้ ผู้นำทั้งสองเห็นพ้องที่จะเดินหน้าในประเด็นมนุษยธรรม ซึ่งรวมถึงการแลกเปลี่ยนผู้ที่ถูกควบคุมตัว และผู้ที่ถูกตัดสินว่ามีความผิด
อย่างไรก็ดี นายอูชาคอฟปฏิเสธที่จะเปิดเผยรายละเอียดนอกเหนือจากนี้ โดยระบุว่าการสนทนาถือเป็นความลับ
ขณะเดียวกัน รัสเซียกลับมาเปิดฉากโจมตีกรุงเคียฟด้วยขีปนาวุธและโดรนครั้งใหญ่ในช่วงเช้ามืดวานนี้ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย บาดเจ็บอย่างน้อย 10 คน และเกิดไฟไหม้ในหลายพื้นที่ หลังประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน สั่งระงับการโจมตีกรุงเคียฟชั่วคราวเป็นเวลา 3 วัน ขณะทูตพิเศษของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เดินทางเยือนรัสเซียและยูเครนเพื่อผลักดันการเจรจาสันติภาพ
กองทัพอากาศยูเครนระบุว่า เป้าหมายหลักของการโจมตีอยู่ที่กรุงเคียฟและภูมิภาคโอเดซาทางตอนใต้ โดยกองกำลังยูเครนสามารถยิงสกัดหรือทำลายขีปนาวุธนำวิถี 2 ลูก ขีปนาวุธร่อน 31 ลูก และโดรน 142 ลำ ขณะที่พบจุดได้รับความเสียหายจากการโจมตี 29 แห่ง
ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี กล่าวว่า การโจมตีครั้งนี้มีความซับซ้อนและดูเหมือนถูกวางแผนมาเพื่อสร้างความเสียหายสูงสุด โดยมีการใช้ทั้งขีปนาวุธนำวิถี ขีปนาวุธร่อน ขีปนาวุธต่อต้านเรือ และโดรนโจมตีแบบชาเฮด เซเลนสกีระบุว่า อาคารที่พักอาศัยและโครงสร้างพื้นฐานพลเรือนในกรุงเคียฟได้รับความเสียหายอย่างหนัก นอกจากนี้ยังมีรายงานการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในหลายภูมิภาคของยูเครน
หน่วยงานฉุกเฉินแห่งรัฐของยูเครนระบุว่า กรุงเคียฟเกิดความเสียหายและไฟไหม้ในอย่างน้อย 5 เขต และฝ่ายบริหารทหารกรุงเคียฟรายงานความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานพลเรือนอย่างน้อย 16 จุด
วิตคอฟฟ์และคุชเนอร์เดินทางเยือนกรุงมอสโกเมื่อวันเสาร์ และพบประธานาธิบดีปูติน ก่อนเดินทางต่อมายังกรุงเคียฟเพื่อพบประธานาธิบดีเซเลนสกีเมื่อวันอาทิตย์ ถือเป็นการเยือนยูเครนอย่างเป็นทางการครั้งแรกของทั้งสองคนในความพยายามรอบใหม่ของรัฐบาลทรัมป์ที่จะยุติสงครามที่ดำเนินมานานกว่า 4 ปีครึ่ง
แฟ้มภาพ
#สงครามรัสเซียยูเครน
#สหรัฐ
ข่าวทั้งหมด