โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของกาตาร์เปิดเผยที่กรุงอาบูดาบีในวันจันทร์ (7 ก.ย.) ว่า ประเทศในแถบอ่าวเปอร์เซียไม่อาจพึ่งพาแต่สหรัฐอเมริกาและพันธมิตรระหว่างประเทศอื่นๆ ในด้านความมั่นคงได้เพียงอย่างเดียว และจำเป็นต้องพึ่งพาตนเองให้ได้มากขึ้น พวกเราในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียต้องตระหนักว่า การมีกองกำลังระหว่างประเทศในภูมิภาค และการมีพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์กับสหรัฐอเมริกานั้นมีความสำคัญมาก แต่ยังไม่เพียงพอ" เขากล่าวในงาน Hili Forum ซึ่งจัดขึ้น ณ เมืองหลวงของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
กาตาร์เป็นตัวกลางสำคัญในการเจรจาระหว่างสงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน และได้รับผลกระทบจากการโจมตีอย่างหนักของอิหร่าน โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ประเทศขนาดเล็กที่ร่ำรวยและอุดมไปด้วยก๊าซธรรมชาติแห่งนี้ เป็นที่ตั้งของฐานทัพสหรัฐฯ ที่ใหญ่ที่สุดในตะวันออกกลาง โดยตลอดช่วงสงครามที่ผ่านมา อิหร่านได้ตอบโต้การโจมตีของสหรัฐฯ ด้วยการโจมตีฐานทัพทหารอเมริกันและสิ่งอำนวยความสะดวกด้านพลังงานในภูมิภาค
หลังจากความขัดแย้งยืดเยื้อมานาน 6 เดือน ทั้งสองฝ่ายยังคงอยู่ในภาวะคุมเชิงกัน โดยอิหร่านได้ขัดขวางการจราจรทางเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ ขณะที่สหรัฐฯ ได้เร่งมาตรการปิดล้อมทางทะเลเพื่อตอบโต้ท่าเรือของอิหร่าน
เมื่อเดือนที่แล้ว ชีค โมฮัมเหม็ด บิน อับดุลราห์มาน อัล ธานี นายกรัฐมนตรีกาตาร์ ได้เดินทางไปยังกรุงเตหะราน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการไกล่เกลี่ย หลังจากอิหร่านและโอมาน ซึ่งมีพื้นที่ติดกับช่องแคบสำคัญดังกล่าว เปิดเผยว่ากำลังหารือเกี่ยวกับช่องทางการเดินเรือชั่วคราวและการเก็บกู้วัตถุระเบิด
ตลาดหุ้นสหรัฐทั้ง New York Stock Exchange (NYSE) และ Nasdaq รวมถึงตลาดพันธบัตร ปิดทำการในวันจันทร์ที่ 7 กันยายน เนื่องในวันแรงงาน และจะกลับมาเปิดซื้อขายตามปกติในวันอังคารที่ 8 กันยายน
ขณะที่ราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 6 สัปดาห์ในการซื้อขายวันที่ 7 กันยายน หลังอิหร่านประกาศเตรียมโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานทั่วตะวันออกกลาง เพื่อตอบโต้การโจมตีเพิ่มเติมของสหรัฐต่อเป้าหมายในอิหร่าน ส่งผลให้ตลาดกังวลว่าความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงอาจกระทบต่ออุปทานน้ำมันจากภูมิภาค
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบล่วงหน้าปิดที่ 97.31 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 1.03 ดอลลาร์ หรือ 1.1% หลังระหว่างวันพุ่งแตะ 98.06 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม
ส่วนราคาน้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) ซึ่งไม่มีการกำหนดราคาปิดในวันจันทร์ เนื่องจากตลาดสหรัฐฯ หยุดทำการ ปรับขึ้น 1.17 ดอลลาร์ หรือ 1.3% มาอยู่ที่ 92.65 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และเคยขึ้นไปแตะ 93.29 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม
ด้านราคาทองคำปรับลดลง หลังข้อมูลการจ้างงานสหรัฐที่แข็งแกร่งเมื่อวันศุกร์เพิ่มความคาดหมายว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนนี้ ขณะที่นักลงทุนรอติดตามข้อมูลเงินเฟ้อสำคัญ เพื่อประเมินทิศทางนโยบายการเงินของ Fed
ราคาทองสปอตลดลง 0.4% มาอยู่ที่ 4,410.55 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่สัญญาทองคำล่วงหน้าส่งมอบเดือนธันวาคมลดลง 0.5% อยู่ที่ 4,456.40 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยการซื้อขายค่อนข้างเบาบางจากวันหยุดในสหรัฐ
ข่าวทั้งหมด