ราคาน้ำมันขยับขึ้นเล็กน้อยท่ามกลางการซื้อขายที่ผันผวนในวันพุธ(2ก.ย.) ได้แรงหนุนจากการโจมตีทางทหารตอบโต้กันไปมาระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่าน เวลานี้สงครามระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่านลากยาวเข้าสู่เดือนที่ 7 แล้ว โดยที่เหตุโจมตีระลอกล่าสุดเป็นตัวแทนของการยิงตอบโต้กันครั้งใหญ่ที่สุดระหว่าง 2 ฝ่าย นับตั้งแต่เดือนกรกฏาคม กองกำลังสหรัฐเล่นงานชายฝั่งทางใต้ของอิหร่าน ส่วนอิหร่านตอบโต้ด้วยการโจมตีฐานทัพต่างๆของสหรัฐฯทั่วตะวันออกกลาง
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต หรือไลต์สวีตครูด งวดส่งมอบเดือนตุลาคม เพิ่มขึ้น 79 เซนต์ ปิดที่ 91.01 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนเบรนท์ทะเลเหนือลอนดอน งวดส่งมอบเดือนพฤศจิกายน เพิ่มขึ้น 98 เซนต์ ปิดที่ 95.63 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ด้านตลาดหุ้นสหรัฐฯปิดบวกในวันพุธ(2ก.ย.) ฟื้นตัวขึ้นหลังจากก่อนหน้านี้ขยับลงมา 3 วันติด พวกนักลงทุนมองหาโอกาสเข้าซื้อหุ้นและกลุ่มอุตสาหกรรมที่อาจถูกเทขายมากเกินไป (oversold) หลังจากหลีกเลี่ยงสินทรัพย์เสี่ยงในช่วงที่ผ่านมา
ดาวโจนส์ เพิ่มขึ้น 295.07 จุด (0.56 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 53,061.95 เอสแอนด์พี เพิ่มขึ้น 35.13 จุด (0.46 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 7,666.60 จุด แนสแดค เพิ่มขึ้น 118.05 จุด (0.45 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 26,217.83 จุด
ส่วนราคาทองคำฟื้นตัวจากระดับต่ำสุดในรอบ 1 เดือนในวันพุธ(2ก.ย.) จากการอ่อนค่าของดอลลาร์และผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯย่อตัวลงจากระดับสูงเมื่อเร็วๆนี้ โดยราคาทองคำยูเอส โกลด์ ฟิวเจอร์ส งวดส่งมอบเดือนธันวาคม เพิ่มขึ้น 18.20 ดอลลาร์ หรือ 0.4% ปิดที่ 4,414.60 ดอลลาร์ต่อออนซ์
#สงครามตะวันออกกลาง
ข่าวทั้งหมด