นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้วรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ต่างประเทศ กล่าวถึง กรณีที่กระทรวงการต่างประเทศ เตรียมเสนอรั้วการก่อสร้างรั้วชายแดนไทย-มาเลเซีย เพื่อให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) พิจารณาในวันนี้ว่า เป็นส่วนหนึ่งของข้อเสนอ มาจากการที่มาจากการประชุมรับฟังความเห็นต่อการแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้มีการพูดถึงการขยายการก่อสร้างรั้ว ตามแนวชายแดน ซึ่งไทย- มาเลเซีย รั้วมีอยู่แล้ว แต่เป็นการสร้างเพิ่มเติม เป็นเรื่องของการป้องกันสิ่งผิดกฎหมาย ทั้งยาเสพติด การค้า สินค้าเถื่อน และเรื่องความมั่นคงที่ต้องมาดูสาเหตุว่า ใครเป็นผู้ร่วมก่อเหตุการณ์ งานเรื่องความปลอดภัยเป็นเรื่องที่สำคัญ พร้อมกระทบต่อความเชื่อมั่น ความมั่นใจ และเศรษฐกิจของพื้นที่ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้
เรื่องงานข่าวกรอง วิธีการข่าวต้องมีความแม่นยำ มีหลายหน่วยงานที่ทำในเรื่องนี้ จะต้องมีการบูรณาการข่าวกรอง เพื่อให้การตัดสินใจนั้นทันท่วงที รวมถึงงานมวลชน จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ต้องรู้ เพราะหากงานมวลชนดีกว่านี้ จะทำให้สามารถดำเนินการได้อย่างทันท่วงที งานมวลชนไม่ใช่งานระยะสั้น แต่เป็นงานที่เกี่ยวข้องกับคนรุ่นใหม่ที่จะต้องทำให้เขาเห็นว่า เขาจะมีโอกาสทางเศรษฐกิจจากการว่าจ้างงานนั้นเป็นอย่างไร เราต้องเน้นการพัฒนาทางเศรษฐกิจอย่างจริงจัง เพราะในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ต้องเน้นเรื่องความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน การสร้างความเชื่อมโยง ทางบกทางถนน และทางรถไฟ เพื่อให้เกิดความเชื่อมโยงกับฝั่งมาเลเซีย
วันที่ 6 ก.ย.นี้ จะเดินทางไปพบกับ รมว.ต่างประเทศของมาเลเซีย โดยจะมีการติดตามและขยายผลในประเด็นต่าง ๆ ที่ผู้นำทั้งสองได้หารือไว้ก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะเรื่องความร่วมมือในการสร้างความมั่นคงชายแดน เพื่อส่งเสริมการพัฒนาด้านเศรษฐกิจชายแดนร่วมกัน ครั้งนี้จะพานายฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ในฐานะหัวหน้าการพูดคุยสันติสุขชายแดนใต้ไปด้วย เพื่อพูดคุยในเรื่องนี้ เนื่องจากอยากให้นายฐนัตถ์ ไปทำความรู้จักกับผู้บริหารของรัฐบาลมาเลเซีย
สำหรับเรื่องการขยายพื้นที่ปลอดภัย นายสีหศักดิ์กล่าวว่า อยู่ในยุทธศาสตร์ที่ต้องการให้ มีพื้นที่ปลอดภัยบริเวณชายแดนใน 14 อำเภอ อยู่ภายใต้การดำเนินงานของคณะกรรมการผู้แทนพิเศษของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งตนเป็นประธาน
#ไทยมาเลเซีย
#ขยายรั้วชายแดนไทยมาเลเซีย
ข่าวทั้งหมด