เปิดภาพจากโดรน 'เพลิงไหม้คลองถม' ระดมดับเพลิงกว่า 4 ชม. ประสาน-พฐ.เก็บหลักฐาน

วันนี้, 07:45น.


           เหตุเพลิงไหม้ภายในศูนย์การค้าคลองถม เซ็นเตอร์ ถนนวรจักร แขวงป้อมปราบ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ  เมื่อช่วงหัวค่ำวานนี้( 28 ส.ค.) ใช้เวลาในการควบคุมเพลงกว่า 3 ชั่วโมงและต้องฉีดน้ำเลี้ยงเพื่อไม่ให้ไฟปะทุขึ้นมา  สำหรับต้นเพลิงการเกิดเพลิงไหม้ครั้งนี้ มาจากบริเวณช่วงตรงกลางโซนด้านในฝั่งขวาของตลาด ซึ่งอยู่ใกล้กับร้านขายลำโพงเครื่องเสียง โดยในเช้าวันนี้ พนักงานสอบสวนพร้อมประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน เพื่อเข้าตรวจสอบบริเวณจุดเกิดเหตุหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป



           ก่อนหน้านี้ หลังได้รับแจ้งเพลิงไหม้คลองถม  พ.ต.ท.สุเกรียงไกร ใจสุบรรณ สว.(สอบสวน) สน.พลับพลาไชย รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบก่อนไปตรวจสอบพร้อม นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พล.ต.ต.ชัยกฤต โพธิ์อ๊ะ ผบก.น.6 นายสุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยพ.ต.อ.อภิเชษฐ์ ทรัพย์ส่งเสริม ผกก.สน.พลับพลาไชย 1 และรถดับเพลิงกว่า 20 คัน



          ที่เกิดเหตุเป็นอาคารสูง 3 ชั้น อยู่ในเนื้อที่ประมาณ 2 ไร่ ชั้นล่างแบ่งเป็นล็อกขายสินค้าประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้า อะไหล่รถยนต์ อุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์ กล้องวงจรปิด รวมแล้วประมาณ 700-800 ล็อก ชั้น 2 เป็นลานจอดรถและบางส่วนเช่าเป็นโกดังเก็บสินค้า ชั้น 3 เป็นลานจอดรถ ซึ่งยังมีรถยนต์จอดกว่า 20 คัน เพลิงลุกไหม้อยู่โซนด้านในลุกลามอย่างรวดเร็ว เพราะสินค้าส่วนมากจะเป็นแผงโซล่าเซลล์ และพลาสติก เสียงระเบิดดังเป็นระยะ



          โดยกลุ่มเจ้าของร้านและลูกจ้างต่างวิ่งขนของออกจากร้านกันจ้าละหวั่น เจ้าหน้าที่จึงทำการตัดไฟ ก่อนจะระดมฉีดน้ำ การทำงานเป็นไปด้วยความยากลำบาก เพราะเพลิงลุกลามขึ้นชั้น 2 และ 3 อย่างรวดเร็ว ซึ่งพื้นทำด้วยยางมะตอย ซึ่งถูกเพลิงไหม้หลอมละลายย้อยลงมา ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าไปทำงานด้านในได้ โดยเพลิงลุกไหม้นานกว่า 3 ชั่วโมง ทำให้พื้นชั้น 2 และชั้น 3 พังถล่มลงมา พารถเก๋งที่จอดอยู่ถูกไฟไหม้ถล่มลงมาด้วยรวมกว่า 20 คัน ซึ่งเวลาผ่านไปกว่า 4 ชั่วโมงยังไม่สามารถควบคุมเพลิงได้ เพลิงลุกไหม้เสียหายประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์



          เบื้องต้นได้รับรายงานมีเพียงเจ้าหน้าที่ที่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ในส่วนของร้าน หรือคนที่อยู่ในพื้นที่ด้านใน ตอนนี้ยังไม่ได้รับการรายงาน ซึ่งในบริเวณโดยรอบก็ให้ความมั่นใจได้ว่าจะได้ร้บความปลอดภัย ซึ่งใครที่ยังไม่ได้เข้ามาในพื้นที่เกิดเหตุ หากไม่มีความจำเป็นก็ไม่ต้องเข้า ให้อยู่บริเวณรอบนอก และใช้การติดต่อสื่อสารทางโทรศัพท์กับญาติบริเวณใกล้เคียง ส่วนในพื้นที่ไหนที่สัมผัสได้ถึงกลิ่นควันหรือแสบจมูกแสบตาก็ขอให้หลีกเลี่ยง หรือไปพบแพทย์ที่อยู่ใกล้ที่สุด



          นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า อาคารดังกล่าวมีโครงสร้างเหล็ก ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการยุบตัวหรือสูญเสียกำลังเมื่อได้รับความร้อนสูง โดยขณะนี้หลังคาและโครงสร้างบางส่วนเริ่มทรุดตัวลง เบื้องต้นไม่มีรายงานผู้ติดค้างภายในอาคาร



          ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้ระดมรถดับเพลิงจากหลายสถานีเข้าพื้นที่ เพื่อควบคุมเพลิงไม่ให้ลุกลามไปยังอาคารและพื้นที่ข้างเคียง สันนิษฐานเบื้องต้นว่า ต้นเพลิงน่าจะเริ่มจากบริเวณชั้น 1 ซึ่งเป็นพื้นที่ร้านค้าและมีสินค้าเก็บอยู่เป็นจำนวนมาก ส่งผลให้เพลิงลุกลามอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่ต้องปฏิบัติงานด้วยความระมัดระวัง โดยให้ความปลอดภัยเป็นหลัก จึงยังไม่สามารถเข้าภายในอาคารได้ เนื่องจากต้องประเมินความเสี่ยงด้านโครงสร้างก่อน



          นอกจากนี้ ได้รับรายงานว่าภายในอาคารมีการติดตั้งระบบสปริงเกอร์ แต่คาดว่าอาจไม่สามารถควบคุมเพลิงได้ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครสมัยแรก เคยลงพื้นที่ตรวจสอบประปาหัวแดงบริเวณดังกล่าว เพื่อให้มั่นใจว่ามีน้ำเพียงพอสำหรับการใช้งาน เนื่องจากพื้นที่นี้มีความเสี่ยงด้านอัคคีภัย โดยปัจจุบันยังมีประปาหัวแดงอยู่หลายจุด สามารถนำมาใช้สนับสนุนการดับเพลิงได้



          แสงเพลิงได้ลุกลามไปยังอาคารพาณิชย์ ซึ่งปลูกติดอยู่กับด้านหลังของตลาดคลองถมเซ็นเตอร์ ซอยด้านฝั่งขวา มีจำนวน 8 คูหา จุดเกิดเหตุเป็นคูหาที่ 5 ลักษณะเป็นอาคารสูง 5 ชั้นด้านบนใช้เป็นหอพักและใช้สำหรับเก็บของ ส่วนชั้นล่างเปิดเป็นร้านค้า พบต้นเพลิงบริเวณชั้น 5 ซึ่งเป็นดาดฟ้าก่อนลุกลามลงมายังชั้น 3-4 ของอาคาร เจ้าหน้าที่จึงระดมกำลัง โดยลำเลียงสายฉีดน้ำจากอาคารข้างเคียงอย่างทุลักทุเล โดยใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมงจนสามารถควบคุมเพลิงไม่ให้ลุกลามไปยังคูหาติดกันไว้ได้สำเร็จ



          ด้าน ปภ. ได้สนับสนุนรถไฟฟ้าส่องสว่างและรถอัดอากาศเข้าช่วยเหลือการปฏิบัติงานบริเวณหน้าวัดพระพิเรนทร์ ขณะเดียวกัน กองบัญชาการตำรวจนครบาลได้สั่งการให้ชุดปฏิบัติการอากาศยานไร้คนขับ (ศบตอ.น.) ปฏิบัติการร่วมกับตำรวจชุด EOD (บก.สปพ.) นำโดรนเข้าสนับสนุนภารกิจด้านการบรรเทาสาธารณภัย



          ปฏิบัติการทางอากาศในครั้งนี้ ดำเนินการโดย ส.ต.ท.วันเฉลิม ผลพัฒนา (กองร้อยที่ 1 กก.ควบคุมฝูงชน 2) และ จ.ส.ต.อนรรฆ แสนโยธา (กลุ่มงานเก็บกู้วัตถุระเบิด บก.สปพ.) ปฏิบัติหน้าที่นักบินโดรน ทำการบินสำรวจมุมสูงพร้อมติดตั้งไฟสปอตไลต์เพื่อสนับสนุนการทำงานในเวลากลางคืน รวมถึงบินสแกนตรวจหาจุดความร้อน (Hot Spot) บริเวณพื้นที่เสี่ยงที่อาจเกิดการปะทุซ้ำ



          โดยภาพและข้อมูลทางอากาศทั้งหมดได้ถูกรายงานตรงต่อผู้บัญชาการเหตุการณ์ เพื่อใช้ประเมินความเสียหาย วางแผนลดความเสี่ยงให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน และบริหารจัดการพื้นที่ให้ปลอดภัยสูงสุด ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนการตรวจสอบหาสาเหตุของเพลิงไหม้อย่างละเอียดต่อไป



           ล่าสุดในช่วงเช้าวันนี้ เพจ มเหศวร นิลงาม ได้โพสต์ภาพ ยังต้องฉีดน้ำเลี้ยงจุดเกิดเหตุต่อเนื่อง 







#ไฟไหม้คลองถม 



 

ข่าวทั้งหมด

X