โฆษกทบ. ย้ำ การข่าวไม่ได้ล้มเหลว สาวเชิงลึก ปมเหตุ ป่วนใต้ 51 จุด

วันนี้, 14:39น.


         สถานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้ ภายหลัง พล.ท. อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เดินทางมาตรวจเยี่ยมที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.ร.ต. สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม และ พล.ต. วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก แถลงข่าวร่วมกันถึงกรณีเกิดเหตุความสงบ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กำชับให้สืบสวนข้อมูลข่าวสารต่างๆที่บิดเบือนและให้รีบแก้ไข สื่อสารต่อประชาชนได้รับทราบ



         ทั้งนี้ พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีการบิดเบือนข่าวสารมาโดยตลอด เพื่อส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของเจ้าหน้าที่ ซึ่งกรณีการก่อเหตุกว่า 51 จุด ในเวลา ไล่เลี่ยกัน เป็นความเคลื่อนไหวพร้อมกันในหลายพื้นที่ และไม่ได้มีความรุนแรง หรือเป้าประสงค์ต่อชีวิตประชาชน แต่เป็นการปฏิบัติ เพื่อหวังผลทางจิตวิทยา ยอมรับว่า ในช่วงเกิดเหตุค่อนข้างวุ่นวาย และมีความเคลื่อนไหวของคนจำนวนมาก ในขณะที่เจ้าหน้าที่มีอยู่ส่วนหนึ่ง อีกส่วนลงพื้นที่แก้ไขสถานการณ์ ดังนั้นความเห็นที่ไม่ตรงกันอาจเกิดขึ้นได้ และส่วนใหญ่เป็นการให้ข้อมูลโดยไม่ได้ตรวจสอบ เช่น การพูดของระดับฝ่ายการเมือง



          พร้อมย้ำว่า เฮลิคอปเตอร์ไม่ได้ถูกออกแบบมาใช้กับเป้าหมายที่มีลักษณะเช่นนั้น และ การใช้กำลังพลของกองทัพบก ในการสนับสนุนภารกิจของ กอ.รมน. อยู่ในกรอบ และกติกา และเป็นสากล



           ส่วนการติดตามผู้ก่อเหตุนั้น อยู่ระหว่างการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ และมีความคืบหน้าพอสมควร สำหรับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่นั้น จำนวนเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอต่อพื้นที่ที่ดูแล ดังนั้นหลักทั่วไปของ กอ.รมน. ต้องใช้ควบคู่กับงานด้านการข่าว และปัจจุบันยังสามารถทำได้ แต่ต้องเพิ่มประสิทธิภาพ ต้องดูแผนทางยุทธวิธีของทหาร, ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ซึ่งจะมีความเข้มข้นในการดูแลแตกต่างกัน แต่เหตุการณ์ลักษณะนี้มีแนวโน้มก่อกวนมากกว่า เน้นจำนวนการก่อเหตุให้มาก เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจของวัยรุ่น



          ส่วนข้อกังขาการข่าวในพื้นที่มีปัญหานั้น การข่าวมีหลายระดับ ตั้งแต่ระดับพื้นที่ และการข่าวในระบบ ซึ่งการก่อเหตุในลักษณะอย่างนี้ ก็อาจจะเป็นไปได้ว่าต้องเพิ่มการข่าว ในระดับเหตุการณ์เล็กๆ ซึ่งการทำงานของหน่วยข่าวมีลักษณะสอดประสานกันข้อมูลทางด้านการข่าวถือว่า มีประโยชน์ ซึ่งปัจจุบันเรียกว่า ประชาคมข่าว เพราะจะเห็นการบูรณาการทางด้านการข่าวมากที่สุด และเชื่อว่า ไม่น่าจะใช่ระบบการข่าวสั่นคลอน ซึ่งเรียกว่า แยกกันทำ แต่รวมกันคิด



          ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า การข่าวยังไม่แม่นนั้น หากพิจารณาเขาต้องการที่จะก่อเหตุทุกวัน แต่อาจทำได้แค่วันเดียว หรืออาจจะเกิดจากความไม่พร้อม ซึ่งก็ยังมองยาก แต่โดยลักษณะการปฏิบัติที่เกิดขึ้นยอมรับว่า ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะรู้ได้ทั้งหมดจากงานทางด้านการข่าว ซึ่งในแต่ละจังหวัดมีหลายพื้นที่ และในแต่ละพื้นที่ก็มีหลายอำเภอ ซึ่งมีจำนวนมาก แต่จังหวัดนราธิวาส ถือเป็นจังหวัดที่มีเหตุการณ์เกิดขึ้นมากที่สุด พร้อมยอมรับว่า เจ้าหน้าที่มีไม่พอเพียง โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืน



          พล.ต. วินธัย ยืนยันว่า เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นเจ้าหน้าที่รัฐ และขอยืนยันว่า งานด้านการข่าวไม่ได้ล้มเหลว ซึ่งความพยายามของผู้ก่อเหตุมีค่อนข้างสูง เพราะรู้ว่า คำถามเหล่านี้จะย้อนกลับไปที่เจ้าหน้าที่รัฐ ทำให้สังคมกดดันเจ้าหน้าที่รัฐ ส่งผลให้แนวทางการแก้ไขปัญหาเข้าทางฝ่าย แต่สถานการณ์ในภาพรวมจากสถิติยังดีอยู่ การสูญเสียชีวิตทรัพย์สิน หากเทียบกับอดีต ถือว่า มีการพัฒนาที่ดีขึ้น  ขณะที่ พล.อ. พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก ได้มีการลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์โดยตลอด และได้เน้นย้ำในเรื่องงานด้านการข่าว ให้มีการปรับปรุงเพิ่มขีดความสามารถให้มากขึ้น และเพิ่มมาตรการการคุ้มครองความปลอดภัย



          พล.ต. วินธัย กล่าวอีกว่า เหตุการณ์ทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ชายแดนใต้ส่วนใหญ่มีความเกี่ยวข้องกับขบวนการ BRN



          ด้าน พล.ร.ต. สุรสันต์ กล่าวเสริมว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีการประสานการทำงานของกลุ่มผู้ก่อเหตุ ที่ทำให้เกิดการสอดรับพร้อม ๆ กัน และมีในเรื่องของวัตถุประสงค์ซ่อนเร้น โดยไม่มุ่งเอาชีวิตประชาชน แต่ยังไม่สามารถสรุปได้ว่า วัตถุประสงค์คืออะไร แต่การทำงานเป็นขบวนการ และต้องสาวให้ลึกว่า สาเหตุหลักในการก่อเหตุต้องการอะไร



#ป่วนใต้



#กองทัพบก 



#กลาโหม 



 



 

ข่าวทั้งหมด

X