เปิดผลสอบสวน เครื่องยนต์ เรือหลวงภูมิพลฯ พัง เพราะใช้งานไม่ถูกวิธี กมธ.ทหารลงพื้นที่ ดูการซ่อม

วันนี้, 11:07น.


          เพจวาสนา นาน่วม เปิดผลการสอบสวน เครื่องยนต์ เรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช พัง เพราะ การใช้งาน ไม่ถูกวิธี ไม่ใช่เพราะการออกแบบ วางตำแหน่งเครื่องยนต์ ที่ทำให้น้ำเข้าเครื่องง่าย เช่นที่ลือกันมานาน โดยผลสอบนี้ สรุปมานานแล้ว อีกทั้ง เครื่องยนต์เรือ อยู่ในประกัน แค่2 ปีแรก เท่านั้น ส่งผลให้ ทรต้องจัดงบประมาณ 240,750,000 บาท ในการจัดซื้อ เครื่องยนต์ MTU ใหม่ มาเปลี่ยน เอง



          อย่างไรก็ตาม ผลสอบสวน ว่า ทหารเรือใช้งานไม่ถูกวิธี เครื่องยนต์เลยพัง ทั้งๆที่ เรือเข้าประจำการ ปี2560 ใช้งาน มา 6-7 ปี เท่านั้น ก่อนเครื่ิองยนต์พัง ทั้งๆที่ ทหารเรือ ก็ผ่านการฝึก ตอนไปรับเรือมาแล้ว มาถ่่ายกันต่อๆมา กลายเป็นเรื่องของ Human Error การใช้งาน ไม่ถูกวิธี ทำให้เครื่องยนต์พัง แบบที่ซ่อมไม่ได้ ต้องซื้อใหม่ ไม่ใช่เพราะ การออกแบบเรือ ที่วางตำแหน่งเครื่องยนต์ในจุดนี้ ที่ทำให้น้ำเข้าเครื่องยนต์ง่าย



          นายเอกราช อุดมอำนวย สส.กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการทหาร นำคณะกรรมาธิการตรวจเยี่ยม และศึกษาดูงานด้านกิจการทหารเพื่อความมั่นคง ที่อู่ราชนาวีมหิดลอดุลยเดช กรมอู่ทหารเรือ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี โดยมี พลเรือตรี สุมิตร ชอบสอาด เจ้ากรมแผนการช่าง กรมอู่ทหารเรือ ให้การต้อนรับ



          นายเอกราช เปิดเผยว่า คณะกรรมาธิการทหารก็ติดตามเรื่องฟริเกต ทั้งเรือใหม่ที่จะจัดหา และเรือที่ซ่อมบำรุงอยู่ แม้ว่า รายละเอียดแผนการ "ซ่อมทำ" เป็น "ความลับ" ทางราชการ แต่ทางคณะกรรมาธิการฯ ได้ติดต่อมาเพื่อติดตาม ซึ่งพบว่า อยู่ในห้วงการดำเนินงานตามแผน และบางส่วนต้องรองบประมาณปี 2570 ส่วนสิ่งใดที่ติดขัดทางสภาก็พร้อมที่จะสนับสนุน และนำข้อมูลที่ได้รับจากทางหน่วย เพื่อนำไปผลักดันต่อไป



          สำหรับสิ่งที่เป็นห่วงมากก็คือ ในเรื่องของการลงทุนที่ตนอยากฝากไปถึงรัฐบาล และนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยว่า หากเราอยากเสริมสร้างศักยภาพประเทศ และผลประโยชน์ของชาติทางทะเลก็ควรจะสนับสนุนให้กรมอู่ทหารเรือ มีแผนเตรียม และรองรับวิธีการถ่ายทอดเทคโนโลยี เรื่องของการต่อเรือ  ซึ่งสิ่งที่เราขาดตอนนี้คือ สถานที่ในการต่อเรือให้ได้ 100% ดังนั้นหากไม่เริ่มวันนี้ และไปเริ่มอีก 5-6 ปีข้างหน้าก็ช้าไปแล้ว จึงต้องวางแผนเรื่องสถานที่ แผนการลงทุน เพื่อให้อนาคตไทยต่อเรือฟริเกตเองได้ หากมอง 10 ปีข้างหน้า เพื่อให้เกิดการลงทุน กระตุ้นเศรษฐกิจ



          ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ ได้พาไปดูการตรวจรับเครื่องยนต์เอ็มทียู (MTU) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ไขปัญหาเรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช ส่วนกรณีอาวุธต่อสู้อากาศยานระยะประชิด หรือ Phalanx Close-In Weapon System (CIWS) ยังไม่สามารถใช้การได้นั้น ทางกรมสรรพาวุธ กองทัพเรือ รับผิดชอบในเรื่องนี้ ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการ อย่างไรก็ตามได้ซักถามถึงปัญหาที่เกิดขึ้น และแนวทางแก้ไขปัญหา เพราะไม่อยากให้เกิดกับเรือฟริเกต ตามงบประมาณปี 2569 ที่กองทัพเรือจะคัดเลือก



          ด้านพลเรือตรี สุมิตร ตอบคำถามกรณีอู่ราชนาวีฯ จะสามารถรองรับ Offset โครงการเรือฟริเกตที่กองทัพเรือจัดหา ลำที่ 1 ในปีงบประมาณ 2569 ได้หรือไม่ว่า ยังไม่ทราบว่า Offset เป็นอย่างไร จึงยังไม่สามารถบอกได้ว่าอู่พร้อมหรือไม่ แต่หากพูดถึงการสร้างเรือที่แห่งนี้เคยสร้างเรือมา 2 ลำ เรือหลวงกระบี่ และ เรือหลวงประจวบฯ ซึ่งเราก็มีองค์ความรู้พอสมควรในการสร้างเรือ



 



#ซ่อมเรือหลวงภูมิพล



#กรรมาธิการทหาร



 

ข่าวทั้งหมด

X