ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ยอมรับว่าเขาเปลี่ยนเครื่องบินอย่างลับๆ ขณะเดินทางออกจากที่ประชุมสุดยอดนาโต ที่กรุงอังการ่า ตุรกีเมื่อเดือนที่แล้ว (ก.ค.69) ตามคำแนะนำของหน่วยรักษาความปลอดภัย เนื่องจากมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดภัยคุกคาม
สื่อในสหรัฐฯ รายงานว่า หน่วยข่าวกรองของสหรัฐฯ ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลหนึ่ง ที่อยู่ใกล้การประชุมสุดยอดนาโต ซึ่งถูกพบเห็นว่าถือขีปนาวุธแบบประทับบ่า (Surface-to-air missile) นอกจากนี้การปฏิบัติการลับ ยังเกิดขึ้นหนึ่งวันหลังจากที่สหรัฐฯ กลับมาโจมตีอิหร่านอีกครั้งภายหลังการเจรจาเพื่อยุติสงครามพบกับความล้มเหลว
ตามรายงานของสื่อสหรัฐฯ ระบุว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ขึ้นเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวัน (Air Force One) เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม ต่อหน้ากล้องโทรทัศน์ จากนั้นซ่อนตัวอยู่ในตู้คอนเทนเนอร์ของรถบรรทุกอาหารเพื่อลงจากเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวัน ไปยังเครื่องบินทหาร แต่นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีการต่างประเทศ และนายสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลัง อยู่บนเครื่องบินแอร์ฟอร์ซ์วันลำเดิม ร่วมด้วยผู้สื่อข่าวและเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาว ซึ่งทั้งหมดได้รับคำสั่งให้ปิดม่านหน้าต่าง
ทั้งนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์เดินทางมาตุรกีด้วยเครื่องบินโบอิ้ง 747-8 รุ่นใหม่ที่ได้รับบริจาคจากกาตาร์ และแจ้งว่าจะเดินทางกลับด้วยเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันลำเก่า แต่ในความเป็นจริงเขาเดินทางกลับด้วยเครื่องบินทหาร C-32A ซึ่งเป็นเครื่องบินโบอิ้ง 757 ที่มักใช้โดยรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ แต่ในการเดินทางครั้งนี้ นายพีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหม ใช้เครื่องบินลำนี้โดยใช้บันไดภายนอกตามปกติ
ในทางเทคนิคแล้วแอร์ฟอร์ซวัน คือรหัสเรียกขานของเครื่องบินลำใดก็ตามที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดยสาร แต่ในครั้งนี้ เครื่องบิน C-32A ใช้รหัสเรียกขานว่า "Reach 18" ในขณะที่เครื่องบินที่ผู้สื่อข่าวและเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวโดยสารยังคงใช้รหัสเรียกขาน "AF1" เพื่อรักษาความลับนี้ไว้
ระหว่างเดินทางกลับสหรัฐอเมริกา ประธานาธิบดีทรัมป์และคณะแวะพักที่ฐานทัพอากาศ RAF Mildenhall ในสหราชอาณาจักร ซึ่งเขากลับไปขึ้นเครื่องบินลำใหม่ที่ได้รับบริจาคจากกาตาร์ เพื่อเดินทางเข้าสู่สหรัฐฯ ซึ่งในระหว่างเที่ยวบินสุดท้ายนั้น ประธานาธิบดีทรัมป์ได้พูดคุยกับผู้สื่อข่าวบนเครื่องบินเหมือนเช่นทุกครั้งในการเดินทาง โดยกล่าวถึงภัยคุกคามจากอิหร่าน แต่ไม่ได้กล่าวถึงการสลับเครื่องบินก่อนหน้านี้
…
#ทรัมป์
ข่าวทั้งหมด