พล.ต.ต.อรรถพล อนุสิทธิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (รอง ผบช. ภ. 1) เปิดเผยความคืบหน้าภายหลังการประชุมสืบสวนสอบสวนคดีความรุนแรงในโรงเรียนเทพศิรินทร์นนทบุรี โดยขณะนี้พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้องไปแล้ว 17 ปาก พร้อมนำพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ ทั้งอาวุธปืน ปลอกกระสุน โทรศัพท์มือถือ และคอมพิวเตอร์พีซีของผู้ก่อเหตุ ส่งตรวจที่กองพิสูจน์หลักฐานเรียบร้อยแล้ว
จากการสืบสวนพบว่า สาเหตุการก่อเหตุมาจากหลายปัจจัยประกอบกัน ทั้งปัญหาครอบครัวที่พ่อแม่แยกทางกัน ปัญหาเรื่องการเรียน ความขัดแย้งกับเพื่อน รวมถึงพฤติกรรมการเสพสื่อโซเชียลที่มีเนื้อหารุนแรงและอาชญากรรมมานาน อาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุพบว่าเป็นปืนของปู่
จากการตรวจชันสูตรเบื้องต้น ไม่พบสารเคมีหรือการยาบางประเภท ในร่างกายผู้ก่อเหตุ สำหรับแรงจูงใจในการก่อเหตุ ขณะนี้ตำรวจยังไม่ให้น้ำหนักไปที่สาเหตุใดเป็นพิเศษ โดยจะรวบรวมข้อมูลจากครู เพื่อนร่วมชั้น ผู้ปกครอง และบุคคลใกล้ชิด เพื่อนำมาประกอบการตรวจสอบพฤติกรรมและสภาพแวดล้อมของผู้ก่อเหตุ ก่อนเกิดเหตุอย่างรอบด้าน ตำรวจ ย้ำว่า ขณะนี้ยังต้องรวบรวมข้อเท็จจริงจากพยานแวดล้อมและหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ให้ครบถ้วน ก่อนสรุปสาเหตุและแรงจูงใจของเหตุการณ์ รอง ผบช.ภ.1 กล่าวเสริมว่า พ่อแม่ของเด็กผู้ก่อเหตุแยกทางกันตั้งแต่อายุ 2 ขวบ โดยอยู่กับปู่ย่ามา 12 ปี โดยมีปัญหาการเรียนบ้าง ทะเลาะเพื่อนบ้าง และพบว่า เริ่มศึกษาการใช้อาวุธปืนมา 1-2 ปี แล้ว โดยดูจากสื่อสังคมออนไลน์ ทั้งนี้ ขอฝากไปยังพ่อแม่ผู้ปกครองดูแลการเก็บอาวุธปืนอย่างใกล้ชิดและให้พ้นจากเด็กและเยาวชน
ขณะเดียวกัน บรรยากาศที่สถานีตำรวจภูธรปลายบางพบว่า มีพ่อและแม่ของผู้ก่อเหตุเดินทางมาให้ปากคำเพิ่มเติมกับ พนักงานสอบสวน ซึ่งเบื้องต้นยังไม่ทราบว่ามาให้ปากคำในประเด็นใดบ้าง
#กราดยิงในโรงเรียน
ข่าวทั้งหมด