ตร.แจ้งข้อหา เจ้าของโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ประมาท ทำให้เกิดเพลิงไหม้

วันนี้, 19:01น.


          เพลิงไหม้สถานบันเทิงโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ช่วงดึกวันที่ 12-13 ก.ค.69 ทำให้มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุและรักษาตัวตามโรงพยาบาลต่างๆรวม 37 ราย มีผู้บาดเจ็บจากไฟลวกจำนวน 69 ราย พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผบก.น.2 เรียกประชุม ในคดีไฟไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ร่วมกันแถลงสรุปผลความคืบหน้าทางคดี จากคดีดังกล่าว ขณะนี้มีผู้เสียชีวิต 37 คน ผู้บาดเจ็บ 69 ราย คณะพนักงานสืบสวนสอบสวน ดำเนินการมาโดยตลอด จึงมีการนำสำนวนการสอบสวน เสนอความเห็นไปยังพนักงานอัยการ เพื่อสรุปสำนวนส่งฟ้องเมื่อช่วงเช้า



          พ.ต.อ.อิสระ ณ พัทลุง รอง ผบก.น.2 ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดี กล่าวว่า จากการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานและสอบปากคำ รวม 211 ปาก จากผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดรวมถึงผู้เชี่ยวชาญ และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ก่อนนำมาพิสูจน์ทราบถึงสาเหตุของเพลิงไหม้จนได้ข้อสรุป จากพยานหลักฐาน ผู้กระทำความผิดคือ เจ้าของร้านโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ความผิดฐาน กระทำการเพลิงไหม้โดยประมาท จำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน 140,000 บาท, กระทำการประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย โทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท, และกระทำผู้อื่นบาดเจ็บสาหัส โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท และ กระทำการโดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายและจิตใจ โทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือนและปรับไม่เกิน 10,000 บาท และข้อหา ทำให้เสียทรัพย์ นอกจากนี้ยังผิดข้อหาในส่วนของการเปิดสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ โดยวันนี้ทางคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน ได้นำพยานหลักฐาน ซึ่งค่อนข้างครบถ้วนถูกต้องสรุปสำนวนส่งให้พนักงานอัยการพิจารณา



          พล.ต.ต.เกียรติกุล ผบก.น.2 เปิดเผยว่า เบื้องต้น ดำเนินคดีกับ เจ้าของร้าน คือ นายสุวิชา ไศลบาท อายุ 45 ปี เป็นเจ้าของโรงเบียร์ ยังรักษาตัวอยู่ที่ โรงพยาบาล ทั้งในฐานะนิติบุคคลและส่วนตัว สำหรับหุ้นส่วนมีทั้งหมด 4-5 คน จากการรวบรวมพยานหลักฐานยังไม่พบว่ามีส่วนในการบริหาร จึงนำสำนวนทั้งหมด รวม 7 แฟ้ม ส่งให้พนักงานอัยการเป็นผู้พิจารณา



          จากการรวบรวมพยานหลักฐานเน้นไปที่สาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ซึ่งพบว่าเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรโดยมีการ ดัดแปลงการใช้ไฟฟ้า จนเกิดไฟช็อตและลุกลามไปที่วัสดุซับแผ่นกันเสียง เกิดเหตุเพลิงไหม้ ประกอบกับรูปแบบลักษณะของร้านไม่เอื้ออำนวย ต่อการเกิดอัคคีภัยและจะหลบหนีได้โดยง่าย เนื่องจากมีการวางโต๊ะเป็นจำนวนมากและประตูต่างๆ ที่ควรจะเป็นทางหนีไฟ แต่กลับมีการ ตั้งวางสิ่งของ และปิดล็อค หรืออยู่ในลักษณะ ที่ไม่เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด จากการสอบปากคำ พนักงานและลูกค้าที่มาใช้บริการ พบว่าเป็นความประมาทของเจ้าของร้านที่ไม่ใช้ความระมัดระวัง ผิดวิสัยของผู้ประกอบการในลักษณะนี้จึงมีการสรุปสำนวนส่งฟ้องเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา

ข่าวทั้งหมด

X