นายวีระพงษ์ ประภา ผู้แทนการค้าไทย เปิดเผยว่า จากการเข้าร่วมการประชุมผ่านระบบการประชุมทางไกล ซึ่งจัดโดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบรัสเซลส์ เพื่อบรรยายและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการขับเคลื่อนการเจรจาความตกลงการค้าเสรีไทย-สหภาพยุโรป (FTA ไทย-อียู) เพื่อผลักดันให้การเจรจาบรรลุผลสำเร็จอย่างมีเอกภาพ ซึ่งรัฐบาลมองว่า การเร่งสรุปผลการเจรจา FTA ไทย-อียู จะช่วยเพิ่มโอกาสให้ไทยเข้าถึงตลาดอียูที่มีผู้บริโภคกำลังซื้อสูงกว่า 400 ล้านคน โดยเฉพาะการเป็นแต้มต่อให้สินค้าส่งออกสำคัญของไทย เช่น ข้าว ไก่ อาหารทะเล ยานยนต์ สิ่งทอ และอิเล็กทรอนิกส์ ตลอดจนเป็นแม่เหล็กดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียนและเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งคาดการณ์ว่าจะช่วยขับเคลื่อนให้ GDP ของไทยเติบโตเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.28–1.61 ต่อปี และมูลค่าการส่งออกไปยังอียูขยายตัวร้อยละ 2.83–3.43 ต่อปี อีกทั้งยังช่วยยกระดับมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม แรงงาน สิทธิมนุษยชน และความโปร่งใสของไทย ปัจจุบันผลการเจรจามีความคืบหน้าแล้วกว่า 2 ใน 3 ของข้อตกลงทั้งหมด และพร้อมที่จะร่วมกันผลักดันการเจรจาในประเด็นคงค้างส่วนที่เหลืออีก 1 ใน 3 ซึ่งล้วนมีนัยสำคัญต่อเศรษฐกิจไทย เช่น สินค้าเกษตร สินค้าอุตสาหกรรม การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ พลังงานและวัตถุดิบ การค้าดิจิทัล ภาคบริการและการลงทุน ตลอดจนกฎระเบียบและมาตรฐานสินค้า เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเจรจารอบที่ 10 ในช่วงปลายเดือนกันยายน นี้
ขณะเดียวกันรัฐบาลมีแนวทางปกป้องเกษตรกรและผู้ประกอบการรายย่อย (SMEs) อย่างรัดกุม ที่ได้แก่ การเจรจาขอผ่อนปรนระยะเวลาเปลี่ยนผ่าน (Transition Period) เพื่อให้ภาคส่วนที่เปราะบางมีเวลาปรับตัว การเตรียมใช้มาตรการปกป้องทางการค้า (Safeguards) เพื่อควบคุมการนำเข้าหากเกิดปัญหาสินค้าไหลเข้ามาจำนวนมาก
...
#ผู้แทนการค้า
#FTAไทยอียู
ข่าวทั้งหมด