สงครามตะวันออกกลางระอุ น้ำมันดีดขึ้นร้อยละ 7-เฟด มีมติไม่เอกฉันท์ คงดอกเบี้ย

วันนี้, 06:32น.


          ราคาน้ำมันดีดตัวขึ้นราว 7% ในวันพุธ(29ก.ค.) สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต หรือไลต์สวีตครูด งวดส่งมอบเดือนกันยายน เพิ่มขึ้น 5.20 ดอลลาร์ ปิดที่ 84.46 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนเบรนท์ทะเลเหนือลอนดอน งวดส่งมอบเดือนกันยายน เพิ่มขึ้น 6.65 ดอลลาร์ ปิดที่ 90.74 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล



          ขณะเดียวกันสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ(อีไอเอ) เผยแพร่ข้อมูลในวันเดียวกัน ระบุ คลังน้ำมันดิบสำรองของประเทศ ลดลงถึง 7.2 ล้าร์บาร์เรล เหลือ 404.5 ล้านบาร์เรล ในสัปดาห์ที่แล้ว แตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2018 แม้บ่งชี้การส่งออกและอุปสงค์ภายในแข็งแกร่ง แต่มันก็ก่อความกังวลเกี่ยวกับอุปทานน้ำมันโลก ท่ามกลางวิกฤตในตะวันออกกลาง



          ด้านตลาดหุ้นสหรัฐฯปิดลบแรงในวันพุธ(29ก.ค.) หลังธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด) คงอัตราดอกเบี้ย และขยับลงตามแรงฉุดหุ้นต่างๆที่เกี่ยวข้องกับเอไอ ก่อนหน้าการรายงานผลประกอบการรายไตรมาสของไมโครซอฟต์และเมตา แพลตฟอร์มส



++ดาวโจนส์ ลดลง 1,153.18 จุด ปิดที่ 51,594.14



++เอสแอนด์พี ลดลง 112.63 จุด ปิดที่ 7,316.15 จุด



++แนสแดค ลดลง 433.97 จุด ปิดที่ 24,442.94 จุด



          คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติ 9-3 ในการคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมในวันพุธ(29 ก.ค.) ตามการคาดการณ์ของตลาด



          อย่างไรก็ดีมีสมาชิกคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน 3 ราย อยากให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมครั้งนี้เลย โดยแสดงความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ ซึ่งอยู่สูงกว่าเป้าหมาย 2% ของเฟดเป็นเวลากว่า 5 ปี



           ความเคลื่อนไหวของเฟดในการคงดอกเบี้ย ผลักดอลลาร์อ่อนค่าลง และพยุงให้ทองคำฟื้นตัวปิดลบเพียงเล็กน้อยในวันพุธ(29ก.ค.) จากที่ดิ่งลงหนักในช่วงต้นของการซื้อขาย โดยราคาทองคำยูเอส โกลด์ ฟิวเจอร์ส งวดส่งมอบเดือนสิงหาคม ลดลง 2.40 ดอลลาร์ ปิดที่ 4,036.30 ดอลลาร์ต่อออนซ์



#สงครามตะวันออกกลาง 



 

ข่าวทั้งหมด

X