นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานประชุมหารือข้อราชการกับผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย โดยมี นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ เลขานุการรมว.มหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยรองปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย อธิบดี หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม โดยใช้เวลาประชุมประมาณ 2 ชั่วโมง
นายอนุทิน กล่าวอีกว่า วันนี้กระทรวงมหาดไทยมีนายกรัฐมนตรีควบรัฐมนตรีว่าการ อยากทำอะไรให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น ทำให้การบริการประชาชนเกิดศักยภาพสูงสุด จะมีโอกาสไหนดีกว่านี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการก็ทีมเดียวกันหมด พวกนี้ไม่ใช่ลูกเทพ คนที่ผ่านการเลือกตั้งในเขต เป็น ส.ส. เขตทุกคน คือ ท่านเต้ย (พลพีร์) ท่านเจเศรษฐ์ โกแพ (วรศิษฎ์) ทุกคนผ่านตรงนี้หมด ไม่ใช่ลูกเทพ และไม่ใช่ ส.ส.สมัยแรก เขาผ่านร้อนผ่านหนาวมาหลายสมัย มีพื้นที่ของเขา เข้าใจชาวบ้าน "อยู่กระทรวงมหาดไทยไม่ต้องเข้าใจอะไร เข้าใจชาวบ้านพอ" ขอให้เราขับเคลื่อนให้พี่น้องประชาขนมีความวัฒนาสถาพร อยู่ดีกินดี มีคุณภาพชีวิตที่ดี ไฟฟ้า ประปา ตลาด น้ำเสีย รัฐวิสาหกิจที่มีอยู่ก็เพียงพอในการขับเคลื่อนนโยบายต่าง ๆ ที่ทำให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้ ทำงานกันด้วยความเชื่อถือ ประคองกระทรวงนี้ให้ผ่านวิกฤตต่าง ๆ ไปให้ได้
นายอนุทิน กล่าวอีกว่า แต่คนที่ต้องจ่ายต้นทุนทางสังคมที่สุด คือ "กระทรวงมหาดไทย" สิ่งที่เกิดขึ้น พวกเรามีสังคม มีวง มีกลุ่ม มีพรรคพวก ตั้งแต่เกิดขึ้นเราก็ดำเนินการสุดซอย ทุกอย่างต้องเป็นไปตามหลักฐานข้อมูลข้อเท็จจริง ขับเคลื่อนแก้ปัญหาอย่างเต็มที่ รวดเร็ว เพราะเกิดเหตุการณ์แบบนี้มีการทุจริตแน่นอน จากคนสอบเป็นหมื่นคน พบการแก้กระดาษถึงกว่า 5,900 คน เรียกว่า มันโกง อมโบสถ์มาพูดว่า human error เจ้าหน้าที่ไม่ใช้ความระวังเต็มที่ ไม่มีใครจะเชื่อและจะรับความผิดพลาดเช่นนี้ได้...นี่แหละกฐินสามัคคีของจริง...หน่วยงานอื่นมาตรวจสอบเพียบ เมื่อแม่น้ำทุกสายมารวมกัน ก็จะ cross check และเจอความจริง
เป็นหน้าที่ของพวกเราทุกคนต้องทำความจริงออกมา เรียก "ศรัทธาประชาชนคืนกลับมา" ทำให้ทุกอย่างตีแผ่ออกมา และวางระบบไม่ให้เกิดความผิดพลาดอีก อุตส่าห์เอาคนนอกมาทำระบบสอบ อย่างนี้มันผิดที่คน ไม่ใช่ระบบ และยิ่งเป็นเรื่องบรรจุข้าราชการ "วันแรกก็โกงแล้ว" มันต้องคิดไปถึงต้นตอเลย เพราะคนที่อบรมบ่มเพาะมาดี คิดแบบนี้ไม่ได้ ก็ต้องแก้ที่ต้นเหตุ
ดังนั้น งานนี้ต้องขอความร่วมมือ ถ้าทำได้เร็ว ศรัทธาของคนก็จะกลับมา ด้วยการหาวิธีการ ต้อง Say No กับเรื่องเหล่านี้ โดยเฉพาะข้าราชการรุ่นใหม่ ซี 5 6 7 8 ทุกคนอยากเติบโตก้าวหน้าเป็นเจ้าคนนายคน ซึ่งการเป็นเจ้าคนนายคนเป็นเรื่องดี "แต่ต้องไม่โกง" เพราะถ้าเข้ามาในระบบ ติดลบเข้ามาคนละ 3-4 แสน อย่าทำให้กระทรวงมหาดไทยเป็น "กระทรวงมหาไถ" ไม่มีการปกป้องใครที่ทำผิด ไม่สามารถทำได้ ทำใจไม่ได้ แหลกลาญป่นปี้ไปหมดแล้ว เราต้องร้อง "โฮ่ง" ไม่ร้อง "เอ๋ง" ด้วยวิธีเดียว คือ "อยู่อย่างสิงห์" ขับเคลื่อนงานทุกอย่างด้วยความทุ่มเท กำจัดหญ้าแห้วหมูอย่าให้เข้ามาในกระทรวงของเรา ใช้วิกฤตทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น กลับมาเป็นโอกาสให้สังคมรู้ว่ากระทรวงมหาดไทยไม่ยอมรับให้เรื่องนี้เกิดขึ้นอีก และมุ่งมั่นขับเคลื่อนกระทรวงมหาดไทยในวันที่ สร.1 และ มท.1 คือคนเดียวกัน ต้องทำมากกว่านี้ บันดาลสิ่งที่เป็นประโยชน์สุขประชาชนให้มากกว่านี้" นายอนุทิน กล่าวเพิ่มเติม
ด้านนายเจเศรษฐ์ ได้กล่าวถึงการเดินทางประชุมร่วมกับประเทศสมาชิกสหประชาชาติ ซึ่งนานาประเทศให้ความสนใจกับแนวทางการตั้ง "ด่านชุมชน" เพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนของประชาชนในพื้นที่ตำบล/หมู่บ้าน/ชุมชน พร้อมทั้งกำชับให้ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทยใช้กลไกผู้ว่าราชการจังหวัด และภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนทำทุกวิถีทาง เพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในทุกช่วงเทศกาล และทุกวันตลอดทั้งปี
ในช่วงท้าย นายอนุทิน ได้มอบหมายปลัดกระทรวงมหาดไทย รองปลัดกระทรวงมหาดไทย อธิบดี ประสานผู้ว่าฯ ชายแดนไทย-เมียนมา จัดเตรียมและรายงานข้อมูลในระดับพื้นที่ ทั้งด้านทรัพยากรธรรมชาติ ภัยพิบัติ ยาเสพติด มาประกอบการเตรียมการหารือกับพลเอกอาวุโส มิน อ่อง ไล ประธานาธิบดีสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ที่มีกำหนดเยือนประเทศไทยระหว่างวันที่ 6-8 สิงหาคม 2569 นี้
#อุนทินประชุมมหาดไทย
#แก้ทุจริต
#อยู่อย่างสิงห์
ข่าวทั้งหมด