ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ โพสต์บน Truth Social ระบุว่า ข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯ และซาอุดีอาระเบียในการพัฒนาพลังงานนิวเคลียร์ขึ้นอยู่กับการยอมรับอิสราเอล เขาระบุว่า ข้อตกลงนิวเคลียร์พลเรือน ซึ่งไม่มีการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม จะเกี่ยวข้องกับการใช้งานที่ไม่ใช่ทางการทหารเท่านั้น และการที่จะได้รับการอนุมัติขึ้นอยู่กับว่าซาอุดีอาระเบียจะเข้าร่วมข้อตกลงอับราฮัมที่ได้รับการยอมรับและประสบความสำเร็จอย่างมากหรือไม่
นางคาโรลีน ลีวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว กล่าวว่า ประธานาธิบดีทรัมป์มีการหารือในประเด็นนี้กับผู้นำซาอุดีอาระเบียหลายครั้งก่อนหน้านี้แล้ว โดยย้ำว่า หากซาอุดีอาระเบียไม่เข้าร่วมข้อตกลงอับราฮัมที่มีสหรัฐฯ เป็นคนกลาง ข้อตกลงก็จะเป็นโมฆะ และสหรัฐฯ จะมีการหารือกับฝ่ายซาอุดีอาระเบียต่อไป
คำกล่าวของทรัมป์เกิดขึ้นหลังจากผู้เชี่ยวชาญวิจารณ์ว่าข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯ และซาอุดีอาระเบียที่ประกาศเมื่อวันพุธ (22 ก.ค.69) อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการแพร่กระจายอาวุธนิวเคลียร์ในอนาคตในภูมิภาคที่ไม่มีความมั่นคง นอกจากนี้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรครีพับลิกันและพรรคเดโมแครตบางส่วนยังแสดงความกังวลในทำนองเดียวกัน แม้ว่าพรรครีพับลิกันของทรัมป์จะควบคุมทั้ง 2 สภา
และทบวงพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) เผยแพร่แถลงการณ์รับทราบแผนการของสหรัฐฯ และซาอุดีอาระเบียเกี่ยวกับ ข้อตกลงความร่วมมือด้านนิวเคลียร์พลเรือนแบบทวิภาคี และให้ IAEA ดำเนินมาตรการตรวจสอบ ซึ่งหน่วยงานพร้อมให้ความร่วมมือกับสหรัฐอเมริกาและซาอุดีอาระเบียในการดำเนินการตามมาตรการเหล่านั้น
ในช่วงวาระแรกของการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ของทรัมป์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) และบาห์เรนลงนามในข้อตกลงอับราฮัม ส่งผลให้ความสัมพันธ์ระหว่างอิสราเอลและ 2 ประเทศอาหรับได้รับการฟื้นฟูอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรกในรอบหลายทศวรรษ ต่อมาซูดาน โมร็อกโก และคาซัคสถาน ก็ได้ลงนามในข้อตกลงฉบับเดียวกัน อย่างไรก็ตามซาอุดีอาระเบียปฏิเสธการเข้าร่วมในข้อตกลงมาโดยตลอด หากไม่มีการยอมรับรัฐปาเลสไตน์
สำนักงานของนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู โพสต์ข้อความบน X ว่า การที่ซาอุดีอาระเบียเข้าร่วมข้อตกลงฉบับนี้ จะเป็นก้าวสำคัญทางประวัติศาสตร์เพื่อสันติภาพในตะวันออกกลาง
....
#ทรัมป์
#ซาอุดีอาระเบีย
ข่าวทั้งหมด