พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ. พ.ต.อ.จำนาญ จันทร์เทศ ผกก.4 บก.ปอศ. ร่วมแถลงผลปฏิบัติการทลายขบวนการใช้ “นอมินี” ถือครองอสังหาริมทรัพย์แทนชาวต่างชาติ หลังเข้าตรวจค้นเป้าหมาย 20 จุด และตรวจสอบบ้านพักในหมู่บ้านหรูย่านถนนพัฒนาการและถนนกรุงเทพกรีฑา
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ร่วมกันดำเนินคดีกับกลุ่มขบวนการทุนจีนนอมินี นำโดย นายห่าว เติ้ง (Mr.Hao Deng) สัญชาติจีน พร้อมพวกคือ น.ส.ปิยนุชฯ และนางสาครฯ ในความผิดตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 และประมวลกฎหมายที่ดิน โดยปฏิบัติการปูพรมตรวจค้นขยายผลรวมกว่า 20 จุด ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล หลังสืบสวนพบการสวมสิทธิ์จัดตั้งบริษัทอำพรางเพื่อถือครองอสังหาริมทรัพย์หรูโดยไม่ได้รับอนุญาต
สืบเนื่องจาก เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับเบาะแสร้องเรียนจากประชาชนย่านถนนพัฒนาการ และถนนกรุงเทพกรีฑา เกี่ยวกับกลุ่มชาวจีนที่เข้ามาพักอาศัยในหมู่บ้านหรูและสร้างความเดือดร้อนรำคาญ จึงได้ทำการสืบสวนสอบสวนจนพบการจัดตั้งบริษัทอำพรางที่มีชื่อ น.ส.ปิยนุชฯ และนางสาครฯ เป็นผู้ถือหุ้นและกรรมการ แต่แท้จริงแล้วมี นายห่าว เติ้ง นายทุนสัญชาติจีนเป็นผู้สั่งการอยู่เบื้องหลัง โดยใช้สำนักงานกฎหมายและบริษัทบัญชีแห่งหนึ่งจัดตั้งบริษัทอำพรางถึง 33 บริษัท เพื่อกว้านซื้อบ้านพักหรูจำนวน 33 หลัง มูลค่ารวมกว่า 1,275 ล้านบาท เพื่อปล่อยเช่าและเป็นที่พักอาศัยในกลุ่มชาวจีนด้วยกันเอง
ในเวลาต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ปูพรมเข้าตรวจค้น 20 จุด และสามารถตรวจยึดพยานหลักฐานสำคัญได้เป็นจำนวนมาก ประกอบด้วย โฉนดที่ดิน 3 ฉบับ, สัญญาซื้อขายและเอกสารสิทธิ์ 30 ชุด, หนังสือเดินทางหลายสัญชาติ 15 เล่ม, อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ 13 รายการ, วัตถุคล้ายธนบัตรไทยและต่างประเทศมูลค่ารวมประมาณ 1.4 ล้านบาท, ตราประทับบริษัท 6 ชิ้น และเอกสารการโอนลอยหุ้นที่ น.ส.ปิยนุชฯ และนางสาครฯ ลงนามเตรียมเปลี่ยนชื่อผู้ถือหุ้นเป็นคนจีนตามสั่งการ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำเรื่องรายงานไปยังกรมที่ดินเพื่อจำหน่ายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง ก่อนนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปอศ. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ ในส่วนของการร่วมขบวนการนอมินี แต่รับว่าเป็นผู้ลงชื่อในเอกสารจริงตามคำสั่งของนายทุน
#จีนเทา
ข่าวทั้งหมด