เร่งแก้ไข! รัฐบาลขยายเวลา รับเรื่อง-แก้ไข คนจนไม่ได้สิทธิบัตรประชารัฐ
การแก้ไขปัญหาและอุปสรรคจากการคัดกรองคุณสมบัติผู้มีสิทธิรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม ระบุว่า กระทรวงคมนาคมต้องขออภัยในความไม่สะดวกที่เกิดขึ้น เนื่องจากหลักเกณฑ์เดิมที่ออกมาเพื่อคัดกรองผู้ที่สมควรได้รับความช่วยเหลือที่สุดนั้น เมื่อนำมาปฏิบัติจริงกลับพบข้อจำกัดที่ทำให้ประชาชนจำนวนมากเสียสิทธิอย่างไม่เป็นธรรม
จากข้อมูลการร้องเรียนผ่านกรมการขนส่งทางบกทั่วประเทศ พบปัญหาหลัก 4 ประเด็น คือ 1. การมีรถเก่ามูลค่าต่ำที่ไม่ได้ใช้งานแต่ยังมีชื่อในระบบ 2. รถสูญหายหรือสิ้นสภาพแต่ยังไม่ได้แจ้ง 3. รถที่ขายต่อแบบโอนลอยแต่ผู้ซื้อยังไม่ไปจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ และ 4. กรณีถูกแอบอ้างชื่อนำไปสวมสิทธิซื้อรถ
เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว กระทรวงคมนาคมเตรียมนำเสนอเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อปรับเกณฑ์พิจารณายานพาหนะใหม่ ดังนี้
+++รถยนต์เก่า : หากมีอายุการใช้งาน เกิน 20 ปี จะไม่นำมาพิจารณาเป็นเกณฑ์ตัดสิทธิ
+++รถจักรยานยนต์เก่า : หากมีอายุการใช้งาน เกิน 15 ปี จะไม่นำมาพิจารณาเป็นเกณฑ์ตัดสิทธิ
+++การผ่อนชำระ : อนุญาตให้ถือครองรถจักรยานยนต์ขนาดไม่เกิน 300 ซีซี ได้ ไม่เกิน 2 คัน (จากเดิม 1 คัน) โดยต้องอยู่ในระหว่างการผ่อนชำระ
สำหรับผู้ที่ประสบปัญหาเรื่องรถสิ้นสภาพ รถที่ขายไปแล้ว หรือถูกสวมสิทธิ นายสิริพงศ์ ระบุว่า ประชาชนสามารถแจ้งเรื่องได้ที่สำนักงานขนส่งจังหวัดทั่วประเทศเพื่อบันทึกข้อมูล โดยสามารถใช้หลักฐานการขายหรือการบันทึกถ้อยคำเพื่อใช้ประกอบการอุทธรณ์
ขณะเดียวกันนอกจากประเด็นเรื่องรถแล้ว ยังมีการปรับเกณฑ์สำหรับ นักเรียนนักศึกษา โดยเฉพาะในระบบนอกโรงเรียน (สกร.) และอาชีวศึกษานอกระบบ รัฐบาลเข้าใจถึงความจำเป็นของกลุ่มนักศึกษาที่เรียนเพื่อเสริมสร้างทักษะอาชีพแต่มีความยากจน
ด้าน นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง กระทรวงการคลังเตรียมนำเรื่องปรับเกณฑ์เข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม เพื่อกำหนดรายละเอียดและเงื่อนไขเพิ่มเติมให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริง เช่น การใช้หลักฐานสัญญาซื้อขายหรือการโอนลอยมาประกอบการพิจารณา โดยมีเป้าหมาย จะเร่งเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบ เพื่อให้ผู้ที่ผ่านเกณฑ์ใหม่ได้รับสิทธิสวัสดิการภายในวันที่ 1 ตุลาคมนี้ เช่นเดียวกับกลุ่มที่ใชช้ข้อมูล “Dynamic Data” หรือข้อมูลการหักภาษี ณ ที่จ่าย มาใช้ตรวจสอบรายได้ของผู้ลงทะเบียน พบว่ามีประชาชนจำนวนหนึ่งเข้ามาทักท้วงเนื่องจากถูกผู้ประกอบการทุจริตนำชื่อไปแอบอ้างเป็นลูกจ้างปลอมเพื่อลดหย่อนภาษี
กระทรวงการคลังยินดีรับเรื่องร้องเรียนในส่วนนี้ และจะเร่งดำเนินการในสองมิติ คือ การคืนสิทธิให้แก่ผู้ที่เดือดร้อนจริงอย่างรวดเร็ว และการติดตามดำเนินคดีกับผู้ที่นำชื่อไปแอบอ้าง ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการคืนสิทธิให้ทันภายในวันที่ 1 ตุลาคมเช่นกั
นอกจากนี้ กระทรวงการคลังยังได้ทำงานเชิงรุกร่วมกับกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่สำรวจผู้ที่ยังไม่เคยได้รับสิทธิเลย ซึ่งพบกลุ่มเป้าหมายใหม่ถึง 2.3 ล้านราย โดยในจำนวนนี้มีการยืนยันตัวตน (e-KYC) แล้ว 841,000 ราย และเจ้าหน้าที่จะเร่งลงพื้นที่ติดตามส่วนที่เหลือเพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีใครตกหล่น
สำหรับกลุ่มผู้ถือบัตรเดิมที่ไม่ผ่านเกณฑ์ใหม่หรือไม่ได้มาลงทะเบียน ซึ่งมีประมาณ 6 ล้านราย กระทรวงการคลังได้เสนอเรื่องต่อ ครม. พิจารณาในวันพรุ่งนี้ (21 ก.ค.) เพื่อขออนุมัติงบฯ ขยายสิทธิไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ให้กลุ่มนี้เป็นเวลา 2 เดือน เพื่อเป็นการคืนโอกาสและบรรเทาความเดือดร้อนในช่วงเปลี่ยนผ่าน รวมถึง ขยายเวลาในการยื่นอุทธรณ์จากเดิมถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 เป็นวันที่ 20 กันยายน 2569 เนื่องจากเจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลาไปเก็บข้อมูล และให้ผู้ยื่นอุทธรณ์ได้เตรียมข้อมูล ซึ่งต้องใช้เวลา
#บัตรคนจน
ข่าวทั้งหมด