ราคาน้ำมันขยับขึ้นมากกว่า 9% ในวันจันทร์(13ก.ค.) แตะระดับสูงสุดในรอบ 1 เดือน จากข่าวสหรัฐฯจะกลับมาปิดล้อมท่าเรืออิหร่าน ซึ่งครอบคลุมทั่วชายฝั่งและสถานีน้ำมันทั้งหมด เช่นเดียวกับเรือทุกลำไม่ว่าจะประดับธงใดก็ตาม ก่อความกังวลเกี่ยวกับการขนส่งพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ปัจจุบนี้ฉุดวอลล์สตรีปิดลบและทองคำร่วงแรง
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต หรือไลต์สวีตครูด งวดส่งมอบเดือนสิงหาคม เพิ่มขึ้น 6.73 ดอลลาร์ ปิดที่ 78.14 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนเบรนท์ทะเลเหนือลอนดอน งวดส่งมอบเดือนกันยายน เพิ่มขึ้น 7.29 ดอลลาร์ ปิดที่ 83.30 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ศูนย์ข้อมูลทางทะเลร่วมที่นำโดยกองทัพเรือสหรัฐฯ เปิดเผยว่าอเมริกาจะคืนสถานะปิดล้อมทางทะเลกดดันอิหร่าน ณ เวลา 20.00 จีเอ็มทีของวันอังคารที่ 14 กรกฏาคม (ตรงกับเมืองไทย 03.00น.เช้าวันพุธ) หลังจากยกเลิกมาตรการดังกล่าวไปเมื่อช่วงกลางเดือนมิถุนายน
ในวันเดียวกัน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ บอกว่าสหรัฐฯจะคืนสถานะมาตรการปิดล้อมและจะเรียกเก็บเงินค่าบริการ 20% กับเรือสินค้าทุกลำที่ล่องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ตามหลังเหตุปะทะทางทหารรอบใหม่กับอิหร่าน
ด้านตลาดหุ้นสหรัฐฯปิดลบในวันจันทร์(13ก.ค.) หลัง ทรัมป์ จะแถลงคืนสถานะปิดล้อมท่าเรืออิหร่าน ในสถานการณ์ความเป็นปรปักษ์ที่ลุกลามบานปลายล่าสุดระหว่าง 2 ชาติ ที่ดันให้ราคาน้ำมันพุ่งทะยานและลดทอนความต้องการถือครองสินทรัพย์เสี่ยง
ดัชนีอุตสาหกรรม ดาวโจนส์ ลดลง 138.37 จุด ปิดที่ 52,498.64 เอสแอนด์พี ลดลง 60.05 จุด ปิดที่ 7,515.34 จุด แนสแดค ลดลง 408.43 จุด () ปิดที่ 25,873.18 จุด
การกลับมาปิดล้อมท่าเรืออิหร่าน โหมกระพือความกังวลรอบใหม่เกี่ยวกับเงินเฟ้อและก่อแนวโน้มของการคงอัตราดอกเบี้ยในระยะยาวในสหรัฐฯ ปัจจัยนี้ฉุดให้ทองคำขยับอย่างหนักในวันจันทร์(13ก.ค.) โดยราคาทองคำยูเอส โกลด์ ฟิวเจอร์ส งวดส่งมอบเดือนสิงหาคม ลดลด 108.00 ดอลลาร์ ปิดที่ 4,005.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์
#ปิดช่องแคบฮอร์มุซ
#น้ำมันโลก
ข่าวทั้งหมด