ศาลฎีกาสหรัฐฯ เปิดทางให้รัฐบาลสามารถสกัดกั้นผู้ขอลี้ภัยที่ชายแดน

วันนี้, 06:45น.


          คณะผู้พิพากษาศาลฎีกาสหรัฐฯ มีมติเสียงข้างมาก 6 ต่อ 3 เสียง อนุมัติให้เจ้าหน้าที่รัฐบาลสามารถปฏิเสธคำขอลี้ภัยที่ชายแดนทางใต้ติดกับเม็กซิโก เปิดทางให้ฝ่ายบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สามารถนำนโยบายการจำกัดจำนวนผู้เข้าเมือง (Metering) กลับมาบังคับใช้ได้



          กลุ่มสิทธิมนุษยชนโต้แย้งว่า เป็นการหลีกเลี่ยงข้อกฎหมายที่ให้สิทธิ์ในการยื่นขอลี้ภัยแก่ทุกคนที่เดินทางมาถึงประเทศ และมีความกังวลว่า การขัดขวางบุคคลยื่นขอลี้ภัย จะเป็นการกระตุ้นให้บุคคลเหล่านั้นเลือกเส้นทางที่อันตรายกว่า



          คณะผู้พิพากษาลงมติคำตัดสินตามแนวคิดทางการเมือง โดยผู้พิพากษาฝ่ายอนุรักษ์นิยม 6 คนลงมติเห็นชอบ และผู้พิพากษาฝ่ายเสรีนิยม 3 คนลงมติคัดค้าน ในคำแถลงหลัก ระบุว่า ตามหลักกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองและสัญชาติ (INA) ระบุว่าชาวต่างชาติที่เดินทางมาถึงสหรัฐอเมริกาสามารถยื่นขอสถานะผู้ลี้ภัยได้ และจะต้องได้รับการตรวจสอบโดยเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของรัฐบาลกลาง แต่ตามคำร้องนี้ ชาวต่างชาติที่อยู่ในเม็กซิโกยังไม่เดินทางมาถึงสหรัฐอเมริกา กฎหมายจึงไม่ให้สิทธิ์ยื่นขอลี้ภัย



          คำตัดสินนี้ยังเป็นการพลิกคำตัดสินของศาลชั้นต้นที่ ระบุว่าการจำกัดการเข้าเมืองเป็นสิ่งผิดกฎหมาย ทำให้รัฐบาลทรัมป์ซึ่งมีนโยบายเข้มงวดต่อการเข้าเมืองทุกรูปแบบยื่นอุทธรณ์คำตัดสิน



          นอกจากนี้ ในวันเดียวกัน ศาลฎีกายังออกคำตัดสินอนุญาตให้รัฐบาลยกเลิกสถานะการคุ้มครองชั่วคราว (Temporary Protected Status หรือ TPS) ของชาวเฮติและชาวซีเรียหลายแสนคนที่อาศัยอยู่ในสหรัฐฯ ซึ่งเปิดทางให้เกิดการเพิกถอนใบอนุญาตทำงานและส่งตัวกลับประเทศได้



...



#ผู้ลี้ภัยสหรัฐ

ข่าวทั้งหมด

X