นายกฯแจงเหตุย้ายผู้ว่าฯ ภูเก็ต ขณะที่อดีตผว.เผยยอมรับการตัดสินใจ ไม่เสียกำลังใจการทำงาน

วันนี้, 19:26น.


          นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีการย้ายผู้ว่าราชการจ.ภูเก็ต ว่า สืบเนื่องมาจากปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้เสนอมา มีทั้งในเรื่องของประสิทธิภาพ การย้ายมาเป็นรองปลัดกระทรวงก็เพราะมีอาวุโส และมีคุณสมบัติที่จะดำรงตำแหน่ง บางครั้งก็มีการปรับนโยบายของรัฐบาล เพราะภูเก็ตมีหลายเรื่อง ผู้สื่อข่าวก็เห็นว่าตนได้ลงในไปดำเนินการเอง 2-3 วัน ก็ยังไม่ดีขึ้น พอมีเหตุอะไรขึ้นมาก็มีการแฉกัน ก็คงทำงานกันไม่ได้ ดังนั้นจึงเอาผู้ที่ไม่มีความขัดแย้งกันและทำงานร่วมกันได้ไปทำหน้าที่แทน เพราะภูเก็ตเป็นเมืองเศรษฐกิจและสร้างรายได้ให้กับประเทศมหาศาล



            ขณะเดียวกันก็ต้องไม่ยอมให้เกิดประเด็นเรื่องของการบุกยึดที่ดินชายหาด รวมถึงไล่ชาวบ้านไม่ให้เข้าไปในหาดสาธารณะ ใช้มาเฟียข่มขู่ต่างๆ ไปจนถึงการแอบอ้างกัน แล้วจะให้รอรับฟังรายงาน ว่าขอเวลาอีก 9 เดือน เพื่อสอบสวนสืบสวนตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงก่อน  จึงมอบนโยบายทางปลัดไปว่า ช่วงนี้มีปัญหาเยอะมาก เร่งแก้ไขปัญหาให้เร็วที่สุด ซึ่งนี่ก็เป็นเหตุผลหนึ่ง



           ส่วนจะต้องมีการสอบนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ด้วยหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ก็ต้องดูประเด็นก่อน หากเขารายงานว่าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงทุกอย่างดีหมดเรียบร้อยก็คงจะต้องทำ แต่วันนี้ปลัดก็แสดงให้เห็นว่ามันไม่ใช่แบบนั้น อย่างไรก็ตาม ไม่ต้องเป็นห่วง ตนสอบทุกวันอยู่แล้ว เพราะปลัดฯอยู่กับตนทุกวัน ส่วนประเด็นที่มีข้อสงสัยว่าอาจจะเกี่ยวข้องกับผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ด้วยหรือไม่ ในรายละเอียดให้ไปสอบถามปลัดกระทรวงมหาดไทยเนื่องจากเป็นผู้นำเสนอประเด็นขึ้นมา  และได้เห็นชอบตามนั้นในส่วนที่ต้องเห็นชอบ ส่วนจะต้องมีการกำชับจังหวัดอื่นไม่ให้เกิดปัญหาในลักษณะนี้ด้วยหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า ก็ให้ทำเป็นภูเก็ต Sandbox เพื่อเป็นต้นแบบการจัดการปัญหา



          ด้านนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าฯ ภูเก็ต เปิดใจหลัง ครม.มีมติโยกย้าย ให้ไปดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงมหาดไทย ว่าเคารพการตัดสินใจของนายกฯ เสมอ การถูกโยกย้ายไม่ทำให้เสียกำลังใจ  ไม่ได้มีปัญหากับใครเลย เป็นคนที่ลงไปแก้ปัญหาความขัดแย้ง ความขัดแย้งมีก่อนที่จะไป ไปเพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในฐานะผู้ว่าราชการจังหวัด ไม่เป็นพวกของใครคนใดคนหนึ่ง ถ้าเชื่อตนก็มีคนปรับตัว ส่วนคนที่ไม่เชื่อตนก็ไม่ปรับตัว และเมื่อควบคุมไม่ได้ รักษาสถานการณ์ไม่ได้ ต้องถูกกระทรวงมหาดไทยพิจารณา หรือถูกย้าย  อย่างไรก็เคารพการตัดสินใจของปลัดกระทรวงมหาดไทยและนายกรัฐมนตรี  ไม่ได้ท้อใจ และเดินหน้าทำงานไปต่อ ซึ่งจะตั้งใจทำงานในหน้าที่ให้ดีที่สุด และรักษาความถูกต้อง ทำได้เท่าไรอยู่ที่ผู้บังคับบัญชาประเมิน ถ้าบางเรื่องทำไม่สำเร็จก็ต้องยอมรับไป



          ถามว่า การย้ายผู้ว่าราชการจังหวัด และรองผู้ว่าราชการจังหวัด จะทำให้ปัญหาในพื้นที่หมดไปหรือไม่ นายนิรัตน์กล่าวว่า เรื่องความขัดแย้งต้องแยก เช่น เรื่องผลประโยชน์ในพื้นที่ ก็เป็นหน้าที่ของคนในปัจจุบันนั้นจะต้องแก้ แต่ปัญหาเรื่องของความขัดแย้งระหว่างบุคคล ถ้าบุคคลที่ถูกอ้างว่าขัดแย้งถูกย้ายออกไป ปัญหาก็จะหมดไปพร้อมกับบุคคล



           มีคนมองว่าถูกย้ายมาเป็นผู้ว่าฯ ภูเก็ตเหมือนเป็นการถูกรับน้อง ซึ่งนายนิรัตน์ถามกลับว่า “ผมนี่หรือน้อง ผมเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด อยู่ระดับ ซี 10 ปีที่ 9 อาวุโสที่สุดในประเทศไทย ผมไม่ใช่น้องของใครแล้ว ผมเห็นทุกคนเป็นน้องและมีหน้าที่ช่วยให้เขาทำในสิ่งที่ถูกต้อง หากไปดูข่าวในพื้นที่ผมได้สั่งห้ามทำอะไรที่นอกกฎหมาย ห้ามไปเรียกรับจากใคร อย่าไปเบียดเบียนใคร และได้เตือนเมื่อมีการปะทะกันหรือวัดพลังกัน และได้เตือนในที่ประชุมอย่างเปิดเผย และในที่สาธารณะอย่างชัดเจน ผมไม่ใช่น้องของใคร ผมเป็นพี่ของข้าราชการทุกคนในจังหวัด และไม่ใช่คู่ขัดแย้ง“



 



#ย้ายผู้ว่าภูเก็ต



 

ข่าวทั้งหมด

X