นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ และนายอัทรัณ มานุพีรพันธ์ ผู้สมัคร ส.ก. เขตลาดพร้าว เบอร์ 3 ร่วมลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชน ณ ตลาดอมรพันธ์ 9 โดยมี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี รองหัวหน้าพรรค นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายภาณุพงศ์ ลักษณวิศิษฎ์ สมาชิกพรรค
บรรยากาศการลงพื้นที่เป็นไปอย่างคึกคักและเป็นกันเอง นายอนุชา พร้อมด้วยนายอภิสิทธิ์ และทีมงานได้แวะทักทายร้านค้าต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะเมื่อพบร้านขายบ๊ะจ่างราคา 35 บาท นายอนุชาได้ถือโอกาสหยิบยกเรื่องตัวเลขมาสร้างสีสันว่า เป็นราคาเลขสวยที่สอดคล้องกับหมายเลขผู้สมัคร ส.ก. เบอร์ 3 และหมายเลขผู้สมัครผู้ว่าฯ เบอร์ 5 ซึ่งเรียกเสียงหัวเราะและรอยยิ้มจากบรรดาพ่อค้าแม่ค้าตลอดเส้นทาง
สำหรับการแก้ปัญหาในพื้นที่ นายอนุชา ระบุว่า เขตลาดพร้าวมีปัญหาหลักคือเรื่องน้ำท่วมซ้ำซาก ซึ่งการลอกท่อระบายน้ำเพียงอย่างเดียวไม่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืน ตนจึงมีแผนระยะยาวในการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำขนาดใหญ่ เพื่อผันน้ำลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาและอ่าวไทยให้เร็วขึ้น พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพสถานีสูบน้ำและประตูระบายน้ำ
นอกจากนี้ ในกรณีน้ำท่วมขังรอการระบายในชุมชน จะเร่งใช้มาตรการติดตั้งเครื่องสูบน้ำแบบเคลื่อนที่ (Mobile Pump) และจัดเจ้าหน้าที่เทศกิจเข้าดูแลช่วยเหลือการสัญจรอย่างทันท่วงที รวมถึงการปรับปรุงเส้นทางระบายน้ำย่อยให้เชื่อมต่อกับท่อหลักอย่างสมบูรณ์ ในด้านการคมนาคมและการสาธารณสุข นายอนุชา ย้ำนโยบายระบบขนส่ง "Feeder" เพื่อเชื่อมต่อชุมชนเข้าสู่ระบบรถไฟฟ้า BTS และรถไฟใต้ดิน MRT อย่างครบวงจร
ส่วนสาธารณสุขชุมชน จะยกระดับศูนย์บริการสาธารณสุขให้รองรับการรักษาโรคทั่วไปและโรคเฉพาะทางมากขึ้น โดยประสานความร่วมมือกับคลินิกใกล้บ้านและโรงพยาบาลในสังกัด กทม. เพื่อเพิ่มบุคลากรเฉพาะทาง พร้อมเดินหน้านโยบายดูแลผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบางอย่างเต็มรูปแบบ ทั้งการสร้างบ้านพักคนชราเพิ่มเติม และการจ้างงานผู้เกษียณอายุที่มีศักยภาพมาเป็นจิตอาสาช่วยเหลืองานของ กทม. โดยมีเบี้ยเลี้ยงตอบแทน เพื่อสร้างสังคมที่ทุกคนมีส่วนร่วมและไม่ทอดทิ้งใครไว้ข้างหลัง
เมื่อถูกถามถึงบรรยากาศการเลือกตั้งและผลโพล นายอนุชาได้กล่าวทิ้งท้ายด้วยความมั่นใจว่า "พรรคประชาธิปัตย์มีบุคลากรที่ทำงานในพื้นที่มาอย่างยาวนานกว่า 30 ปี แม้ไม่มีตำแหน่งก็ยังมุ่งมั่นรับใช้พี่น้องประชาชน ซึ่งคนเหล่านี้คือหัวใจสำคัญใน 50 เขตทั่วกรุงเทพฯ ผมอยากขอให้พี่น้องประชาชนเชื่อมั่นในความจริงใจของพวกเรา การเลือกผู้ว่าฯ และ ส.ก. จากพรรคประชาธิปัตย์ จะเป็นการผนึกกำลังทั้งระดับท้องถิ่นและระดับชาติ เพื่อสานต่อนโยบายแก้ปัญหาให้เบ็ดเสร็จและสร้างกรุงเทพฯ ที่ดีกว่าเดิม
ข่าวทั้งหมด