มัลลิกา จัดคาราวานหาเสียงตระเวณทั่วกรุง เดินหน้าทำงานเชิงรุก

วันนี้, 15:01น.


 



          ดร.มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หมายเลข 14 จัดคาราวานหาเสียงครั้งใหญ่ตระเวนทั่วกรุงเทพมหานคร เพื่อประชาสัมพันธ์การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร ตลอดเส้นทางหาเสียงเต็มไปด้วยความคึกคัก ประชาชนจำนวนมากออกมาต้อนรับ ถ่ายภาพ พูดคุย และสะท้อนปัญหาของพื้นที่ด้วยความเป็นกันเอง สะท้อนภาพของผู้นำสตรีที่พร้อมลงพื้นที่ รับฟัง



          “ผู้คนอยากให้ทำงานเคียงข้างประชาชนในทุกมิติ กรุงเทพฯ ต้องเปลี่ยนจากเมืองที่แก้ปัญหาตามหลัง มาเป็นเมืองที่คิดล่วงหน้า ทำงานเชิงรุก และสร้างอนาคตให้คนทุกกลุ่ม เราจะทำให้กรุงเทพฯ เป็นมหานครแห่งโอกาส ความโปร่งใส และความหวังของประชาชนทุกคน”



       ขบวนคาราวานเริ่มต้นจากบริเวณหน้าโรงเรียนหอวัง ศูนย์การค้าเซ็นทรัลลาดพร้าว ผ่านถนนพหลโยธิน วิภาวดีรังสิต ถนนรัชดาภิเษก พระราม9 อโศก สุขุมวิท ต่อเนื่องไปยังรามคำแหงและมีนบุรี ท่ามกลางการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากประชาชน ผู้ประกอบการ และพ่อค้าแม่ค้าตลอดเส้นทาง



          ระหว่างการลงพื้นที่ ดร.มัลลิกาได้แวะพบปะประชาชนตามชุมชน ตลาด และย่านการค้าต่าง ๆ เพื่อรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะโดยตรง ทั้งเรื่องค่าครองชีพ การจราจร ความปลอดภัย น้ำท่วม การค้าขาย และโอกาสทางเศรษฐกิจของคนกรุงเทพฯ



          ดร.มัลลิกา กล่าวว่า กรุงเทพมหานครต้องมีผู้บริหารที่กล้าตัดสินใจ กล้าปฏิรูป และกล้าต่อสู้กับปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันอย่างจริงจัง เพราะทุกบาททุกสตางค์ของประชาชนต้องถูกนำไปพัฒนาเมืองและยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างคุ้มค่าที่สุด



          “กรุงเทพฯ ต้องเป็นเมืองโปร่งใส ตรวจสอบได้ และปลอดคอร์รัปชัน เราจะไม่ปล่อยให้งบประมาณของประชาชนรั่วไหลไปกับระบบที่ไม่มีประสิทธิภาพ ทุกโครงการต้องเปิดเผย ตรวจสอบได้ และเกิดประโยชน์กับประชาชนอย่างแท้จริง”



          นอกจากนี้ ยังได้ประกาศแนวทางสนับสนุนเศรษฐกิจฐานราก โดยเปิดพื้นที่การค้าใหม่ ส่งเสริมผู้ประกอบการรายย่อย ตลาดชุมชน และธุรกิจ SME ให้สามารถเข้าถึงโอกาสทางเศรษฐกิจได้มากขึ้น พร้อมผลักดันกรุงเทพมหานครให้เป็นเมืองแห่งการค้า การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่เติบโตตลอด 24 ชั่วโมง



          ภายใต้นโยบาย “Human Innovation” ดร.มัลลิกามุ่งพัฒนากรุงเทพฯ ให้เป็นมหานครแห่งอนาคตที่ใช้เทคโนโลยีควบคู่กับความเข้าใจประชาชน โดยย้ำว่า เมืองที่น่าอยู่ต้องเป็นเมืองที่ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้น ใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัย และได้รับโอกาสอย่างเท่าเทียม



 

ข่าวทั้งหมด

X