“เด็ดปีกหัวหน้าแก๊ง Dodorima” จับบิ๊กบอสขบวนการโคเคน ขับรถชนตร.หวังฝ่าวงล้อม ก่อนถูกรวบ

วันนี้, 11:14น.


          พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ในฐานะรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า เมื่อคืนวันที่ 9 มิถุนายน 2569 เวลาประมาณ 22.00 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.), พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.), พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผอ.ศอ.ปส.ตร.) , พล.ต.อ.สมประสงค์ เย็นท้วม ที่ปรึกษาพิเศษ ตร., พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) และ พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด สั่งการเปิดปฏิบัติการ “เด็ดปีกหัวหน้าแก๊ง Dodorima” จับกุมตัว นายแพททริกฯ อายุ 36 ปี สัญชาติไนจีเรีย แฝงตัวอยู่ในคอนโดหรูย่านพระราม 3 แขวงบางโพงพาง เขตยานนาวากรุงเทพมหานคร พร้อมของกลาง โคเคน จำนวนประมาณ 18 กรัม พร้อมตรวจยึดทรัพย์สิน รถยนต์ 1 คัน มูลค่า 200,000 บาท, เงินสด 178,800 บาท และอีก 1,900 ดอลล่า มูลค่าประมาณ 57,000 บาท, เงินสดในบัญชีธนาคารประมาณ 40,000 บาท, สิ่งของแบรนด์เนมหลายรายการ รวมมูลค่าประมาณ 200,000 บาท รวมตรวจยึดทรัพย์สินทั้งสิ้น มูลค่าประมาณ 700,000 บาท



          คดีนี้ ขยายผลจากวันที่ 22 พฤษภาคม 2569 ตำรวจได้เจ้าหน้าที่ เปิดปฏิบัติการ“ทลายห้องมืด” นำหมายค้นเข้าตรวจสอบห้องพักคอนโดหรูย่านสะพานพระนั่งเกล้า จ.นนทบุรี ซึ่งใช้เป็นฐานปฏิบัติการแก๊ง Romance Scam จับกุมตัวผู้ต้องหาชาวต่างชาติ 6 ราย ต่อมา พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. และ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. ทำการสืบสวนขยายผลอย่างต่อเนื่อง กระทั่งเจ้าหน้าที่ ศอ.ปส.บช.น. ได้แกะรอยพบความเชื่อมโยงระหว่างธุรกิจค้ายาเสพติด (โคเคน) และแก๊ง Romance Scam โดยมีกลุ่มหัวขบวนการใหญ่ทำธุรกิจผิดกฎหมายในประเทศไทย ซึ่งมีเงินหมุนเวียนในขบวนการกว่า 300 ล้านบาท พบกับหลักฐานการรวมกลุ่มขบวนการนี้ภายใต้ชื่อกลุ่ม “DODORIMA” ซึ่งเป็นการรวมกลุ่มหัวแถวในโซนภูมิภาคประเทศไทย แตกหน่อมาจากเครือข่ายใหญ่ระดับโลกที่ชื่อว่า “NBM OF AFRICA”



          จากการสืบสวนยังพบว่า ขบวนการดังกล่าวมีพฤติกรรมรวมกลุ่ม “เดินสายบุญ” โดยการรวมกลุ่มตระเวนบริจาคสิ่งของงานการกุศล เพื่ออำพรางการทำธุรกิจผิดกฎหมาย โดยสืบทราบว่าหัวหน้าขบวนการ DODORIMA คือ นายแพททริกฯ อายุ 36 ปี สัญชาติไนจีเรีย ซึ่งแฝงตัวอยู่ในประเทศไทยมาเป็นเวลากว่า 7 ปี โดยจะไปมาระหว่างประเทศไทยกับทวีปแอฟริกา แรกเริ่มมาในประเทศไทยเป็นเพียงคนเดินขายโคเคนตามสถานที่ท่องเที่ยว แต่ต่อมาได้ขึ้นระดับเป็นหัวหน้าขบวนการ พบว่า ในระยะเวลาเพียง 1 ปี มีเงินหมุนเวียนของเครือข่ายกว่า 380 ล้านบาท



          จนถึงปัจจุบัน ยังสืบทราบว่า แพททริกฯ ได้นำเงินส่งกลับประเทศจนสามารถสร้างคฤหาสน์หลังใหญ่ในประเทศไนจีเรีย ซึ่งการสืบสาวไปถึงตัวของหัวหน้าขบวนการรายนี้ไม่สามารถทำได้โดยง่าย เนื่องจากมีลูกน้องจำนวนมากและยังมีทักษะต่อต้านทางการสืบสวน อำพรางการฟอกเงิน แต่เจ้าหน้าที่ได้พบเบาะแสสำคัญ แม้ว่า นายแพททริกฯ จะไม่ได้ค้าขายโคเคนเป็นหลักแล้วก็ตาม แต่พบว่ายังคงหล่อเลี้ยงความสัมพันธ์กับกลุ่มผู้มีชื่อเสียงด้วย “โคเคน” นำมาสู่ปฏิบัติการดังกล่าว



          ต่อมา วันที่ 9 มิถุนายน 2569 พล.ต.ต.ธีรเดชฯ นำกำลังเจ้าหน้าที่ ศอ.ปส.บช.น. สนธิกำลังร่วมกันกับ ป.ป.ส.กทม.  เฝ้าติดตามกระทั่งได้พบ นายแพททริกฯ กำลังขับรถเข้าคอนโดหรูแห่งหนึ่งย่าน ถ.พระราม 3 จึงได้ทำการสกัดจับโดยยุทธวิธี Car Block แต่ นายแพททริกฯ พยายามขัดขืนการจับกุม ได้ขับรถถอยชนเจ้าหน้าที่หวังเปิดทางหลบหนี จนทำให้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บ ขณะเดียวกัน พล.ต.ต.ธีรเดชฯ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทุบกระจกรถจนสามารถดับเครื่องรถยนต์คนร้ายไว้ได้ทันท่วงที ก่อนทำการควบคุมตัวลงจากรถยนต์ได้สำเร็จ จากการตรวจค้นพบโคเคน จำนวนประมาณ 18 กรัม ก่อนนำตัวตรวจค้นห้องพักในคอนโดหรู ตรวจยึดเงินสดและทรัพย์สิน รวมมูลค่าประมาณ 700,000 บาท หลังการจับกุมเจ้าหน้าที่ได้ทำการขยายผลพบข้อมูลสำคัญระดับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ และยังพบข้อมูลแชตในกลุ่มลับที่พูดคุยถึงกลุ่มผู้ติดยาเสพติดโคเคนในประเทศไทย หลังจับกุมเจ้าหน้าที่ได้นำตัวพร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สน.บางโพงพาง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาว่า “จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคเคน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายและจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า และต่อสู้หรือขัดขวางเจ้าพนักงานผู้ซึ่งปฏิบัติการตามหน้าที่” ในส่วนของข้อหาเรื่องของการฟอกเงิน เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการขยายผล



          ส่วนของทรัพย์สินที่ได้ตรวจยึดไว้ตาม พ.ร.บ.มาตรการฯ ได้นำส่งเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. เพื่อดำเนินการเก็บรักษาและขยายผลสืบทรัพย์ต่อไป โดยในชั้นจับกุม นายแพททริกฯ ได้ให้การภาคเสธ โดยให้การรับสารภาพในเรื่องของยาเสพติดโคเคน แต่ยังปฏิเสธในเรื่องขบวนการฟอกเงิน อ้างเป็นการรวมกลุ่มทำบุญบริจาคการกุศล จากการประกอบอาชีพขายล้งปลาจากประเทศไทยไปไนจีเรีย



 



#ทลายแก็งยาเสพติด



#ไนจีเรีย

ข่าวทั้งหมด

X