นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ยืนยันว่าไม่ได้พูดว่าจะมีการตรวจสอบภาษีย้อนหลังสำหรับกรณีที่มีการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีโดยไม่ได้อุปการะเลี้ยงดูบุพการีจริง ตามเกณฑ์การคัดกรองผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ ซึ่งเกณฑ์ที่ออกมามองว่ามีความชัดเจนอยู่แล้ว และกระทรวงการคลังจะเดินหน้าตามเกณฑ์ดังกล่าวต่อไป โดยหลักการของเกณฑ์การคัดกรองในรอบนี้
ปลัดกระทรวงการคลัง ย้ำว่า เรารู้อยู่แล้วว่าทำมาตรการนี้ไม่มีคำชม มีแต่เสียงต่อว่าอยู่แล้ว เพราะว่ามีแต่ตัดสิทธิคนเคยได้ด้วยเกณฑ์ที่เข้มขึ้น ตะแกรงคัดกรองของรัฐถี่ขึน ไม่กว้างเหมือนเดิม มันต้องทำเพื่อเอาคนที่ไม่จนจริงออกไป วันนี้เรารับก้อนอิฐอยู่ ไม่ใช่ดอกไม้ แต่นี่คือพลังและประโยชน์ของข้อมูลขนาดใหญ่ที่เชื่อมต่อกันมันทำให้เราเห็นภาพบางภาพที่ไม่เคยเห็น เรื่องบางเรื่องที่เมื่อก่อนบริหารจัดการไม่ได้ แต่วันนี้สามารถบริหารจัดการได้ ก็ต้องทำ ไม่อยากให้ดราม่า สร้างเรื่องชนกับใครรายวัน ไม่เห็นด้วยก็ไม่เป็นไร แต่เกณฑ์มันก็ต้องเดินไป
3 ประเด็นสำคัญ ในการพิจารณาบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ คือ
1. โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในรอบนี้ถูกออกแบบมาสำหรับกลุ่มคนที่มีฐานะยากจนที่สุดจริง ๆ ไม่มีคนดูแล ส่วนกลุ่มที่ไม่จนเท่ากลุ่มนี้ก็จะต้องได้รับสิทธิการดูแลจากรัฐบาลในรูปแบบอื่น
ในส่วนกรณีที่มีการสั่งให้กรมสรรพากรไปรวบรวมตัวเลขว่าปัจจุบันมีผู้ใช้สิทธิพ่อแม่ในการหักลดหย่อนภาษีมีเท่าไหร่ จากผู้ยื่นแบบทั้งสิ้น 11 ล้านราย หลังจากได้ตัวเลขมาแล้วก็จะนำข้อมูลมาทาบดู เช่น หากมี 1 แสนคนที่ใช้สิทธิลดหย่อนภาษี ก็ต้องไปดูว่าพ่อแม่เป็นใคร ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอยู่หรือไม่ แต่ไม่ใช่การสอบภาษีย้อนหลังอย่างแน่นอน
โดยกระทรวงการคลังยังคาดว่าจะมีคนที่หลุดโครงการบัตรสวัสดิการจากเกณฑ์ลดหย่อนภาษีไม่มาก แต่ในทางกลับกันประเมินเบื้องต้นว่าน่าจะมีคนที่หลุดจากเกณฑ์เรื่องหนี้สินมากที่สุด เพราะเกณฑ์นี้ต้องมีการตรวจสอบข้อมูลกับเครดิตบูโร นั่นหมายถึงหากบุคคลนั้นมีหนี้สินเกิน 1 แสนบาท สะท้อนว่ามีความทรัพย์สินเพียงพอที่จะเข้าถึงสินเชื่อในระบบสถาบันการเงินได้เป็นอย่างดี
2. คนที่อาจจะจนแต่ไม่จนเท่ากลุ่มที่ควรได้รับบัตรสวัสดิการ ต้องรอแพคเกจความช่วยเหลืออื่น ๆ ที่รัฐบาลจะออกมาดูแลในระยะต่อไป และ
3. คนที่ใช้สิทธิหักลดหย่อนภาษีแล้วไม่กลับไปดูแลพ่อแม่จริง ก็ไม่สมควรที่จะได้รับสิทธิการลดหย่อนภาษีในปีภาษีต่อ ๆ ไป เพราะการให้สิทธิตรงนี้รัฐบาลต้องการให้กลับไปอุปการะพ่อแม่จริง ๆ เพื่อแบ่งเบาภาระรัฐบาล
สิ่งสำคัญที่กระทรวงการคลังอยากจะบอกให้ชัดเจน คือ สุดท้ายจะมีคนหลุดจากโครงการด้วยเกณฑ์นั้นเท่าไหร่ เกณฑ์นี้เท่าไหร่ วันที่ประกาศผลการคัดกรองคนที่หลุดจากโครงการจะรู้ตัวเองทันทีว่าหลุดจากเกณฑ์อะไร เพื่อเปิดทางให้เข้ามายื่นอุทธรณ์ได้อย่างถูกต้อง ตรงนี้เพื่อความเป็นธรรมสำหรับผู้ที่ถูกคัดกรองออกด้วย
สำหรับข้อมูลที่จะนำมาใช้คัดกรองนั้น จะเป็นข้อมูลรายบุคคลที่เกิดขึ้นแล้ว ผ่านไปแล้ว ดังนั้นไม่จำเป็นต้องแต่งตัวอะไร นี่เป็นหลักการส่วนหนึ่ง แต่อีกส่วนคือเรื่องของสามัญสำนึกว่าวันนี้ใครใช้สิทธิแบบไหน ใครดูแลพ่อแม่จริงหรือไม่ เป็นสิ่งที่ต้องคิดว่า การยื่นแบบภาษีรอบหน้าคุณสมควรได้รับสิทธิลดหย่อนภาษีในส่วนนี้หรือไม่
ที่ผ่านมารัฐบาลใช้งบประมาณเพื่อดำเนินโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เดือนละ 4,700 ล้านบาท แต่หลังจากการเปิดลงทะเบียนรอบนี้ คาดว่าจะใช้งบประมาณลดลง
ส่วนคนที่ผ่านการคัดกรองแล้วไม่ผ่านเกณฑ์ รัฐบาลอยู่ระหว่างเตรียมพิจารณามาตรการในการให้ความช่วยเหลือต่อไป โดยโครงการไทยช่วยไทย พลัส 60/40 ก็อาจจะเป็นโครงการหนึ่งที่นำมารองรับ เพราะยังเหลือสิทธิอีก 4 ล้านสิทธิ ต้องรอให้รัฐบาลพิจารณาก่อน
#บัตรคนจน
#ปลัดกระทรวงการคลัง
ข่าวทั้งหมด