นักสื่อสารวิทยาศาสตร์ ชี้ สร้อยคอไม่ใช่สายล่อฟ้า แนะอย่าขับรถในที่โล่งแจ้ง

วันนี้, 06:46น.


           เพจเฟซบุ๊กของ Jessada Denduangboripant รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ และนักสื่อสารวิทยาศาสตร์ ได้ออกมาให้ข้อมูล เกี่ยวกับกรณีฟ้าผ่าลงมายังชายคนหนึ่ง ขณะกำลังขับขี่จักรยานยนต์ อยู่บนสะพานยกระดับรัชวิภา ทิศทางมุ่งหน้าแยกรัชโยธิน ถนนวิภาวดีรังสิต กทม. ส่งผลให้เสียหลักล้มลงและได้รับบาดเจ็บ อาการสาหัส พบแผลที่คอ รอยไหม้ที่ใบหู และตรงศีรษะ สร้อยคอขาดทั้งเส้น (สร้อยแสตนเลส) ซึ่งต่อมาทางอาสาสมัครกู้ภัยได้เข้าให้การช่วยเหลือปฐมพยาบาล นำตัวส่งโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ประชาชื่นพร้อมระบุว่า วัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ที่อยู่กับคนขับมอเตอร์ไซค์คันนี้ ล้วนแล้วแต่ไม่ใช่สื่อล่อให้ฟ้าผ่า (คือถ้าคิดว่า โลหะจะล่อฟ้าผ่า ตัวรถจักรยานยนต์ทั้งคัน ยังน่าสงสัยมากกว่า) แต่เพราะความบังเอิญ อันเนื่องจากรถมอเตอร์ไซค์กำลังอยู่ในที่โล่งแจ้ง บนสะพานสูง ขณะฝนตก ซึ่งเป็นหนึ่งในบริเวณที่มีความเสี่ยงในการถูกฟ้าผ่า คือ พื้นที่ “สูงเด่น” ที่ประจุไฟฟ้าในอากาศจะเคลื่อนที่มาตามเส้นทางที่สั้นที่สุด ลงสู่พื้นดิน และมักจะผ่านวัตถุที่อยู่ในจุดสูงเด่นที่สุดของบริเวณนั้น



          ส่วนที่เห็นว่าเกิดรอยไหม้บนตัวผู้เคราะห์ร้าย เป็นรอยตามแนวเส้นสร้อยคอ แล้วทำให้คิดว่าสร้อยคอล่อฟ้าผ่านั้น จริงๆ แล้ว เกิดจากการที่โลหะของสร้อยคอได้รับกระแสไฟฟ้า มีการเหนี่ยวนำให้เกิดความร้อนสะสมขึ้น จนทำให้เกิดแผลไหม้รุนแรงให้เห็น



          ไม่ต่างกับกรณีของโทรศัพท์มือถือไหม้เกรียมหรือระเบิดเมื่อถูกฟ้าผ่า ซึ่งก็เป็นผลจากกระแสไฟฟ้าของฟ้าผ่า ไม่ใช่ว่าโทรศัพท์จะล่อให้ฟ้าผ่าลงมา



          จะเห็นได้ว่า การขับขี่มอเตอร์ไซค์ในระหว่างที่เกิดฝนฟ้าคะนองนั้น มีความเสี่ยงได้รับอันตรายกว่า “รถยนต์” เป็นอันมาก เพราะเวลาที่รถยนต์ถูกฟ้าผ่า โครงโลหะของตัวถังรถยนต์จะทำตัวเหมือนเป็น “กรงฟาราเดย์ (Faraday cage) ” ให้กระแสไฟฟ้าจากฟ้าผ่าวิ่งไปรอบตัวรถ และลงสู่พื้นดินในที่สุดโดยไม่เข้าไปหาผู้ขับขี่ผู้โดยสารด้านใน .. แต่มอเตอร์ไซค์นั้น ไม่มีโครงสร้างห่อหุ้ม ผู้ขับขี่จึงมีความเสี่ยงที่จะรับกระแสไฟจากฟ้าผ่าไปเต็มๆ



          ดังนั้น ในช่วงฤดูฝนนี้ ผู้ที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ ควรจะต้องหลีกเลี่ยงการขับขี่ไปบนที่สูงเด่น (ดังเช่น กรณีของ สะพานต่างระดับ แบบนี้) หรือที่โล่งแจ้ง (เช่น เส้นถนนโดดเดี่ยว ทุ่งนา) ถ้าเป็นไปได้ ควรหยุดพักหาที่หลบฝน ที่มั่นใจว่าปลอดภัย เช่น เป็นอาคารแข็งแรง หรือใต้โครงสร้างสะพาน อย่าไปจอดหลบใต้ต้นไม้ หรือป้ายโฆษณา ซึ่งมักจะเสี่ยงถูกฟ้าผ่า หรือแม้แต่จะหักโค่นทับได้



          ส่วนการใช้โทรศัพท์มือถือนั้น อย่างที่เน้นแล้วว่าทั้งตัวของเครื่องโทรศัพท์ หรือสัญญาIโทรศัพท์ จะไม่ได้ล่อฟ้าผ่าอย่างที่เข้าใจผิดกัน แต่ก็มีความเสี่ยงอันตรายถ้าเกิดมีฟ้าผ่าใกล้ๆ แล้วมีการเหนี่ยวกระแสไฟฟ้าขึ้นในอากาศ จนทำให้โทรศัพท์มือถือเกิดการลัดวงจร หรือระเบิดขึ้น ก็จะเป็นอันตรายต่อใบหน้าขณะที่โทรได้ครับ



#ฟ้าผ่าบนรัชวิภา



 

ข่าวทั้งหมด

X