นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เข้าร่วมการอภิปรายแบบเปิดของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (United Nations Security Council – UNSC) ในหัวข้อการธำรงรักษาวัตถุประสงค์และหลักการของกฎบัตรสหประชาชาติ และการส่งเสริมระบบระหว่างประเทศที่มีสหประชาชาติเป็นแกนกลาง ภายใต้ระเบียบวาระเรื่องการรักษาสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ ในวันที่ 26 พฤษภาคม 2569 ณ สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ ตามคำเชิญของนายหวัง อี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งจะเป็นประธานการอภิปราย ในวาระที่สาธารณรัฐประชาชนจีนดำรงตำแหน่งประธาน UNSC ประจำเดือนพฤษภาคม 2569 พร้อมกล่าวต่อที่ประชุมตอนหนึ่งว่า
เราจึงต้องฟื้นฟูความเชื่อมั่นในระบบ เสริมสร้างความเข้มแข็ง และปรับเปลี่ยนระบบให้เท่าทันโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง ในฐานะหุ้นส่วนที่เชื่อถือได้และสมาชิกที่มีความรับผิดชอบของสหประชาชาติ ประเทศไทยพร้อมที่จะทำงานร่วมกับรัฐสมาชิกทั้งหมด เพื่อให้มั่นใจว่าสหประชาชาติจะยังคงมีความน่าเชื่อถือ มีความสำคัญ และมีความสามารถในการส่งมอบสันติภาพ การพัฒนา และการเคารพสิทธิมนุษยชนสำหรับทุกคน
เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างไทยและกัมพูชาที่มีการพาดพิงถึงก่อนหน้านี้โดยเพื่อนชาวกัมพูชา ขอให้ความมั่นใจว่า ประเทศไทยมีความมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ต่อข้อตกลงหยุดยิงระหว่างไทยและกัมพูชา และพร้อมที่จะก้าวไปไกลกว่าการหยุดยิงเพื่อมุ่งสู่สันติภาพที่ยั่งยืน แต่ว่า สันติภาพที่ยั่งยืน เรียกร้องให้เราต้องสร้างความไว้วางใจและทำงานร่วมกันด้วยความสุจริตใจ เพื่อที่เราจะสามารถเปิดหน้าประวัติศาสตร์ใหม่ร่วมกัน บนพื้นฐานของการเคารพกฎหมายระหว่างประเทศและกฎบัตรสหประชาชาติ และขอเน้นย้ำอีกครั้งว่า ประเทศไทยไม่ได้แสวงหาการอ้างสิทธิ์เหนือดินแดนของประเทศใด ๆ ทั้งสิ้น
ประเทศไทยเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่า สหประชาชาติต้องยังคงเป็นหลักของระบบระหว่างประเทศ และเป็นรากฐานของระเบียบโลก รวมถึงพหุภาคีนิยม
แม้จะมีความบกพร่องอยู่บ้าง แต่สหประชาชาติยังคงมีความสำคัญ เนื่องจากผลการดำเนินงานที่เป็นรูปธรรมในพื้นที่จริงในหลาย ๆ ด้าน ประเทศไทยยังคงให้การสนับสนุนบทบาทของสหประชาชาติอย่างเต็มที่ ดังนั้น เราจึงได้ร่วมสนับสนุนด้านความช่วยเหลือมนุษยธรรม การพัฒนาที่ยั่งยืน ความมั่นคงทางอาหาร และความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งรวมถึงการต่อต้านขบวนการหลอกลวงทางออนไลน์ ตลอด 80 ปีที่ผ่านมา การดำเนินงานเหล่านี้เน้นย้ำให้เห็นว่าประเทศไทยเป็นสมาชิกที่มีความรับผิดชอบของสหประชาชาติ
สหประชาชาติอาจไม่สามารถแก้ไขทุกปัญหาที่อยู่ตรงหน้าเราได้ แต่หากไม่มีองค์กรนี้ โลกจะยิ่งตกอยู่ในอันตราย ความแตกแยก และความไม่แน่นอนมากกว่านี้อย่างมาก คำถามที่แท้จริงต่อหน้าเราในตอนนี้ ไม่ใช่คำถามที่ว่าแต่ละประเทศจะแสวงหาผลประโยชน์ของตนเองหรือไม่ เพราะอย่างไรเสีย พวกเขาก็ต้องทำเช่นนั้นอยู่แล้ว แต่คำถามคือ เราจะสามารถร่วมกันกำหนดระบบที่ทำให้ความร่วมมือสามารถตอบสนองผลประโยชน์แห่งชาติได้ดีกว่าการเผชิญหน้ากันได้หรือไม่
ข่าวทั้งหมด