พาณิชย์ชี้แจงสหรัฐฯ ห่วงโซ่อุปทานไทยปลอดแรงงานบังคับ ปฏิเสธข้อหากำลังการผลิตส่วนเกิน

วันนี้, 01:20น.


          กรมการค้าต่างประเทศ (คต.) เผยผลการหารือกับสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) ยืนยันห่วงโซ่อุปทานสินค้าของไทยปลอดแรงงานบังคับ ไม่มีกำลังการผลิตส่วนเกินในกลุ่มอุตสาหกรรมที่ถูกกล่าวหา พร้อมย้ำว่าไทยยึดมั่นในระบบการค้าเสรี และเป็นพันธมิตรทางการค้าที่สำคัญของสหรัฐฯ ที่สร้างผลประโยชน์ร่วมกันมาอย่างยาวนาน



          นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า จากการเข้าร่วมการหารือระดับเทคนิคกับ USTR ระหว่างวันที่ 13–14 พฤษภาคม 2569 ในฐานะผู้แทนฝ่ายไทย พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงแรงงาน กระทรวงการต่างประเทศ กรมศุลกากร และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงต่อข้อกล่าวหาของสหรัฐฯ ในประเด็นแรงงานบังคับ (forced labor import ban และกำลังการผลิตส่วนเกิน (excess capacity) ภายใต้การไต่สวนตาม Section 301 ของ Trade Act of 1974



          ฝ่ายไทยได้เน้นย้ำต่อ USTR ว่า ห่วงโซ่อุปทานสินค้าของไทยปลอดแรงงานบังคับ โดยมีการบังคับใช้กฎหมายแรงงานอย่างเข้มงวด สินค้าส่งออกได้รับการตรวจสอบและรับรองจากผู้ซื้อในสหรัฐฯ รวมถึงองค์กรเอกชนระหว่างประเทศว่าเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด นอกจากนี้ ไทยยังอยู่ระหว่างการจัดทำกฎหมาย Human Rights Due Diligence (HRDD) เพื่อยกระดับมาตรฐานการตรวจสอบห่วงโซ่อุปทานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อันจะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นแก่คู่ค้าในระยะยาว ทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องถึงความสำคัญของความร่วมมืออย่างใกล้ชิดในการป้องกันแรงงานบังคับตลอดห่วงโซ่อุปทาน



          สำหรับประเด็นเรื่องกำลังการผลิตส่วนเกิน ซึ่งสหรัฐฯ แสดงความกังวลว่าอาจเป็นปัจจัยที่ทำให้ไทยขยายการส่งออกไปยังสหรัฐฯ จนส่งผลให้สหรัฐฯ ขาดดุลการค้ากับไทยในระดับสูง ฝ่ายไทยได้ยืนยันการยึดมั่นในระบบการค้าเสรีและกลไกตลาด โดยการผลิตและการลงทุนเป็นการตัดสินใจของภาคเอกชนตามภาวะตลาดและโอกาสทางธุรกิจ ภาครัฐไม่มีนโยบายกำหนดเป้าหมายการผลิต แต่มีบทบาทในการอำนวยความสะดวกและกำกับดูแลให้เกิดการแข่งขันที่โปร่งใสและเป็นธรรม พร้อมยืนยันว่าไม่มีกำลังการผลิตส่วนเกินในกลุ่มอุตสาหกรรมที่ถูกกล่าวหา ได้แก่ ยานยนต์และชิ้นส่วน ผลิตภัณฑ์ยาง และเครื่องจักรและสินค้าอิเล็กทรอนิกส์



          ในส่วนของข้อกังวลเกี่ยวกับการส่งผ่านสินค้า (Transhipment) กรมการค้าต่างประเทศได้ย้ำถึงความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานศุลกากรสหรัฐฯ ในการเฝ้าระวังและป้องปรามการแอบอ้างถิ่นกำเนิดสินค้า รวมถึงการยกระดับมาตรการตรวจรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าที่ส่งออกไปยังสหรัฐฯ เพื่อสร้างความมั่นใจว่าสินค้าจากไทยเป็นสินค้าที่ผ่านการแปรสภาพอย่างเพียงพอตามหลักเกณฑ์ที่สหรัฐฯ กำหนด



          นางอารดาฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า การหารือครั้งนี้เป็นไปด้วยบรรยากาศที่สร้างสรรค์และเป็นมิตร โดยฝ่ายไทยได้เน้นย้ำว่า ไทยและสหรัฐฯ เป็นพันธมิตรทางการค้าที่มีผลประโยชน์ร่วมกันมาอย่างยาวนาน ไทยเป็นส่วนสำคัญในห่วงโซ่อุปทานของสหรัฐฯ และสินค้าจากไทยเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคสหรัฐฯ จึงไม่ใช่ภัยคุกคามทางการค้า พร้อมยืนยันความพร้อมที่จะร่วมมือกับสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด เพื่อให้การค้าระหว่างสองประเทศดำเนินไปอย่างโปร่งใส เป็นธรรม และยั่งยืนต่อไป



...



กรมการค้าต่างประเทศ

ข่าวทั้งหมด

X