ราชทัณฑ์เรือนจำพัทยา นำตัว ‘หมิงเฉิน ซัน’ ส่งโรงพยาบาล สอบลึกพบ เป็นบอสสแกมเมอร์กัมพูชา

วันนี้, 06:06น.


          ความคืบหน้ากรณีการจับกุมนายหมิงเฉิน ซัน ผู้ต้องหาชาวจีน ซึ่งขับรถพลิกคว่ำ ในพื้นที่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี และเจ้าหน้าที่ตำรวจพบอาวุธภายในรถ จึงควบคุมตัวพาไปค้นบ้านพักในหมู่บ้านหรูใน ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี พบอาวุธจำนวนมาก ทั้งอาวุธปืนสงคราม ระเบิดมือจำนวนมาก รวมทั้งวัตถุที่ใช้ทำระเบิด C4 สามารถนำไปก่อวินาศกรรมได้ รวมทั้งพบวิดีโอคลิปการฝึกอาวุธกับกองกำลัง BHQ ของกัมพูชาในโทรศัพท์มือถือ และพบว่าผู้ต้องหามีทั้งพาสปอร์ตจีนและกัมพูชา ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหานายหมิงเฉิน ซัน ฐานครอบครองอาวุธโดยไม่ได้รับอนุญาตและอีกหลายข้อหา และกำลังสอบสวนขยายผลสืบหาที่มาที่ไปของอาวุธดังกล่าวรวมทั้งแรงจูงใจในการสะสมอาวุธนั้น



          ผู้​สื่อข่าว​ราย​งานว่า​เมื่อเวลา 19.30 น. วันนี้ ( 11 พ.ค. ) เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ เรือนจำพิเศษพัทยา ต.หนองปลาไหล อ.บางละมุง จ.ชลบุรี นำตัว นายหมิงเฉิน ซัน ผู้ต้องหาชาวจีนคดีซุกระเบิดซีโฟร์ และอาวุธสงครามจำนวนมาก ส่งโรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณ หลังเกิดอาการชักเกร็งระหว่างถูกนำตัวเข้าสู่ระบบคัดกรองนักโทษ เรือนจำพิเศษพัทยา



          โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางละมุง กว่า 10 นายคอยดูแลความปลอดภัยที่บริเวณ​ด้านหน้าโรงพยาบาล​ฯ



          จากการสอบถามข้อมูลทราบว่า ผู้ต้องหารายนี้ไม่ยอมรับประทานและดื่มเพียงน้ำเปล่า​ตั้งแต่ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 8 พ.ค. รวมแล้วเป็นเวลาเกือบ 4 วัน   อีกทั้งยังอยู่ในภาวะเครียดจัด จึงทำให้เกิดอาการชักเกร็ง แพทย์จึงให้น้ำเกลือ รวมถึงให้ยาเพื่อทำให้ผู้ต้องหาเกิดอาการผ่อนคลาย และยังจะต้องเฝ้าดูอาการอย่างน้อยเป็นเวลา 24 ชั่วโมง



          ล่าสุด นางสาววาสนา นาน่วม ผู้สื่อข่าวอาวุโสสายทหารและความมั่นคง เปิดเผยประเด็นในรายการ “เรื่องใหญ่ live talk” ทางช่อง PPTVHD36 ว่า จากข้อมูลการข่าวที่ได้จากการตรวจสอบโทรศัพท์มือถือ การสอบปากคำ และข้อมูลเชิงลึกอื่นๆ พบว่า นายหมิงเฉิน ซัน ไม่ใช่นักสะสมอาวุธตามที่เคยมีการตั้งข้อสังเกต แต่มีเป้าหมายในการเตรียมอาวุธไว้ใช้ก่อเหตุ โดยไม่ได้มุ่งก่อเหตุในประเทศไทย



          นางสาววาสนาอ้างแหล่งข่าวระบุว่า นายเฉินถือเป็นระดับบอสคนสำคัญในเครือข่ายแก๊งสแกมเมอร์จีนเทา และมีอิทธิพลในกัมพูชา มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับทั้งกลุ่มผู้มีอิทธิพลและบุคคลในแวดวงทหารของกัมพูชา



          นอกจากนี้ จากข้อมูลที่ตรวจพบในโทรศัพท์มือถือ ยังพบพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการ จ่ายงาน-รับงานด้านการสังหารและทำร้ายบุคคลในกัมพูชา โดยนายเฉินไม่ได้ลงมือด้วยตนเองทุกครั้ง แต่ทำหน้าที่วางแผนและจัดหาอาวุธให้ลูกน้องเป็นผู้ปฏิบัติการแทน



          ส่วนกรณีพบเสื้อเกราะติดวัตถุระเบิด C4 นั้น แหล่งข่าวระบุว่า นายเฉินเป็นผู้ประกอบขึ้นเพื่อแจกจ่ายให้ลูกน้องนำไปใช้ก่อเหตุในกัมพูชา โดยเตรียมลำเลียงผ่านช่องทางธรรมชาติตามแนวชายแดน อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อสงสัยว่าทำไมจึงไม่ประกอบอุปกรณ์ดังกล่าวในกัมพูชา ทำให้เชื่อว่าอาจมีข้อมูลบางส่วนที่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เนื่องจากอาจสร้างความตื่นตระหนกต่อประชาชนหรือไม่



          ขณะนี้หน่วยงานความมั่นคงและเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างเร่งตรวจสอบความเชื่อมโยงของเครือข่ายดังกล่าว รวมถึงขยายผลไปยังบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งในและนอกประเทศอย่างละเอียดต่อไป



 

ข่าวทั้งหมด

X