เปิด 11 เงื่อนไข คุมประพฤติ ทักษิณ ก่อนพ้นโทษ 9 ก.ย.นี้

วันนี้, 11:04น.


          กรมคุมประพฤติ เผยแพร่เอกสารชี้แจงดำเนินการ กรณีกรมราชทัณฑ์แจ้งมติคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ ครั้งที่ 4 เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 ให้ปล่อยตัวพักการลงโทษ นักโทษเด็ดขาดชาย ทักษิณ ชินวัตร นับตั้งแต่ วันที่ 11 พฤษภาคม 2569 ซึ่งจะพ้นโทษและพ้นจากการพักการลงโทษ ในวันที่ 9 กันยายน 2569



          นายเผด็จ หริ่งรอด ผบ.เรือนจำกลางคลองเปรม ยืนยันว่า เจ้าหน้าที่คุมประพฤติ สำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 7 ได้เข้ามาติดกำไล EM ที่ข้อเท้าข้างซ้ายให้แก่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ภายในเรือนจำกลางคลองเปรม ตั้งแต่เวลา 07.00 น. ที่ผ่านมา



          ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เวลา 08.39 น. นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางมาที่สำนักงานคุมประพฤติ กรุงเทพมหานคร 1 เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ โดยมี ทนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายของนายทักษิณ ซึ่งเดินทางมาเพื่อรายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่สำนักงานคุมประพฤติ กรุงเทพมหานคร 1



          เมื่อเดินทางมาถึง สำนักงานคุมประพฤติ กรุงเทพมหานคร 1 โดย น.ส.แพรทองธาร ได้ประคอง นายทักษิณ ขึ้นไปบนสำนักงานชั้น 2 ใช้เวลาประมาณ 10 นาที ในการดำเนินการเรื่องเอกสาร



          ภายหลังจากดำเนินเรื่องเอกสารเสร็จสิ้นแล้ว นายทักษิณ ได้เดินทางลงมาก่อนยิ้มและโบกมือทักทายผู้สื่อข่าว มีการสอบถามว่า จำกันได้หรือไม่ เพราะตอนที่นายทักษิณ เข้าเรือนจำครั้งแรกผู้สื่อข่าวได้วิ่งตามรถเพื่อเข้าส่งถึงหน้าประตูเรือนจำ นายทักษิณ จึงตอบกลับว่า “จำอะไรไม่ได้แล้วเนี่ย เป็นอัลไซเมอร์แล้ว” หลังจากนั้นนายทักษิณ และ น.ส.แพทองธาร ขึ้นรถก่อนเดินทางไปบ้านจันทร์ส่องหล้า



          โดยพนักงานคุมประพฤติ สำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 7 ซึ่งเป็นพื้นที่เดียวกันกับเรือนจำที่ปล่อยพักการลงโทษดำเนินการติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว (EM) ในทันที หลังจากนั้นให้ไปรายงานตัวต่อ พนักงานคุมประพฤติ สำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 1 ซึ่งอยู่ในพื้นที่ที่ผู้อุปการะพักอาศัย ภายในระยะเวลา 3 วัน



          ในระหว่างการพักการลงโทษมีเงื่อนไขที่กำหนดในหนังสือสำคัญพักการลงโทษ จนกว่าจะพ้นการพักการลงโทษ ดังนี้



1. พักอาศัยอยู่กับผู้อุปการะตามที่อยู่ที่กำหนด หากจะย้ายที่อยู่หรือเปลี่ยนแปลงผู้อุปการะต้องยื่นคำร้องต่อพนักงานคุมประพฤติในท้องที่เดิมและต้องได้รับอนุมัติก่อน



2. ให้ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับ หากฝ่าฝืนและถูกลงโทษโดยเจ้าพนักงาน ผู้มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ นั้น ไม่ว่าโทษสถานใด ให้ผู้ได้รับการพักการลงโทษหรือผู้อุปการะแจ้งให้พนักงานคุมประพฤติทราบทุกครั้ง



3. ให้ประกอบอาชีพที่สุจริต หากเปลี่ยนสถานที่ทำงานหรือย้ายงานใหม่ ต้องแจ้งพนักงานคุมประพฤติทราบทุกครั้ง เว้นแต่มีเหตุจำเป็นให้แจ้งพนักงานคุมประพฤติทราบภายในกำหนดระยะเวลาการรายงานตัวครั้งต่อไป



4. ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำ และตักเตือนของพนักงานคุมประพฤติ และเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อการแก้ไขฟื้นฟู ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กรมคุมประพฤติกำหนด ซึ่งจะต้องไปรายงานตัว ต่อพนักงานคุมประพฤติ เดือนละ 1 ครั้ง



5. ห้ามออกนอกเขตท้องที่จังหวัด เว้นแต่จะมีกิจธุระสำคัญเป็นครั้งคราว ให้ขออนุญาตพนักงานคุมประพฤติ



6. ห้ามประพฤติตนในทางเสื่อมเสีย



7. ห้ามเกี่ยวข้องกับสารระเหย วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตหรือประสาท หรือยาเสพติดให้โทษทุกประเภท รวมทั้งอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิดทุกชนิด



8. ห้ามเยี่ยมหรือติดต่อกับผู้ต้องขัง ผู้ต้องกักขัง หรือผู้ต้องกักกันอื่นที่ไม่ใช่ญาติ ซึ่งถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ/ทัณฑสถาน สถานกักขัง สถานกักกัน หรือสถานคุมขังอื่นใด



9. ห้ามคบหาสมาคมกับบุคคลที่อาจนำไปสู่การกระทำผิดอีก



10. เงื่อนไขพิเศษ (ถ้ามี) - ไม่มี และ



11. ผู้ได้รับการพักการลงโทษ จะต้องแสดงหนังสือสำคัญพักการลงโทษต่อพนักงาน ฝ่ายปกครองหรือตำรวจหรือเจ้าพนักงานเรือนจำ เมื่อมีการเรียกให้แสดง หากหนังสือสำคัญพักการลงโทษสูญหาย ให้รีบแจ้งต่อพนักงานคุมประพฤติและขอรับฉบับแทน ถ้าไม่แสดงหนังสือสำคัญดังกล่าว พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจจะจับส่งเรือนจำก็ได้



          อนึ่ง หากผู้ได้รับการพักการลงโทษฝ่าฝืนเงื่อนไขดังกล่าว พนักงานคุมประพฤติต้องรายงานผลการคุมความประพฤติต่อคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ พิจารณาเพิกถอนการพักการลงโทษต่อไป



          สำหรับ ผู้ได้รับการพักการลงโทษได้เข้ารายงานตัว และรับทราบเงื่อนไขที่กำหนดข้างต้นเรียบร้อยแล้ว กรณีเป็นที่สนใจของประชาชน เพื่อประโยชน์ในการสื่อสารให้เกิดความเข้าใจอย่างถูกต้อง



 



#ทักษิณพ้นคุก



 



 

ข่าวทั้งหมด

X