ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่านเพิ่มความตึงเครียดมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากหลายประเทศในอ่าวเปอร์เซียรายงานการโจมตีด้วยโดรน โดยในวันอาทิตย์ (10 พ.ค.69) กาตาร์ รายงานว่า โดรนลำหนึ่งโจมตีเรือบรรทุกสินค้าในน่านน้ำของกาตาร์ ทำให้เกิดไฟไหม้ ขณะที่คูเวตและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ รายงานการสกัดการโจมตีด้วยโดรน แม้ว่าจะไม่มีประเทศใดรายงานผู้เสียชีวิต แต่เหตุการณ์เหล่านี้สร้างแรงกดดันต่อข้อตกลงหยุดยิงที่มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 8 เมษายน
กระทรวงกลาโหมของกาตาร์ระบุว่า เรือบรรทุกสินค้าที่เกิดเหตุ เดินทางมาจากกรุงอาบูดาบี เมืองหลวงของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และถูกโดรนโจมตีทางตะวันออกเฉียงเหนือของท่าเรือเมซาอีด ซึ่งหลังจากที่ควบคุมเพลิงได้สำเร็จ เรือสินค้าเดินทางต่อไปยังท่าเรือเมซาอีด
สำนักงานปฏิบัติการการค้าทางทะเลแห่งสหราชอาณาจักร (UKMTO) รายงานเพิ่มเติมว่า เรือบรรทุกสินค้าเทกองลำหนึ่งรายงานว่าถูก "วัตถุไม่ทราบชนิดพุ่งชน" และเกิดไฟไหม้เล็กน้อยซึ่งถูกดับลงแล้ว เหตุการณ์นี้ไม่มีผู้เสียชีวิต และไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
ส่วนกระทรวงกลาโหมของคูเวต รายงานการตรวจพบโดรนจำนวนหนึ่งในน่านฟ้าของประเทศเมื่อรุ่งเช้า จึงจัดการกับโดรนเหล่านั้น “ตามขั้นตอนที่กำหนดไว้” แต่ไม่ได้ระบุว่าโดรนเหล่านั้นถูกปล่อยออกมาจากที่ใด
และกระทรวงกลาโหมของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ รานงานการสกัดกั้นโดรนของอิหร่านได้ 2 ลำ
กองทัพเรือของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) ย้ำเตือนอีกครั้งว่า การโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันหรือเรือพาณิชย์ของอิหร่านจะถูกตอบโต้ด้วยการโจมตีอย่างหนัก ต่อฐานทัพแห่งใดแห่งหนึ่งในภูมิภาคที่กองกำลังสหรัฐฯ และเรือของฝ่ายศัตรูใช้ นายอิบราฮิม เรซาอี โฆษกคณะกรรมการนโยบายการต่างประเทศและความมั่นคงของรัฐสภาอิหร่าน กล่าวว่าการยับยั้งชั่งใจของอิหร่านสิ้นสุดลงแล้ว
กระทรวงการต่างประเทศกาตาร์รายงานเมื่อวันอาทิตย์ว่า นายกรัฐมนตรีของกาตาร์ได้สนทนาทางโทรศัพท์กับนายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีการต่างประเทศของอิหร่าน โดยเตือนว่าการที่อิหร่านใช้ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเครื่องต่อรอง จะยิ่งทำให้วิกฤตในอ่าวเปอร์เซียรุนแรงขึ้น และกล่าวว่าทุกฝ่ายในความขัดแย้งควรตอบสนองต่อความพยายามในการไกล่เกลี่ยเพื่อยุติสงคราม
...
#อิหร่าน
#อ่าวเปอร์เซีย
#ช่องแคบฮอร์มุซ
ข่าวทั้งหมด