สตช.พร้อมตรวจสอบ เซียนพระร้องเรียน ตร.ชั้นผู้ใหญ่ใช้อำนาจทวงหนี้

วันนี้, 06:12น.


           พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผย กรณี โทน บางแค เซียนพระชื่อดัง ร้องขอความเป็นธรรมโดยอ้างว่านายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ใช้อำนาจบังคับทวงหนี้ ว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้รับทราบรายงานเบื้องต้นแล้ว ทั้งกรณีที่ร้องทุกข์วันนี้ และคดีอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง



           โดยมีแนวทางให้ดำเนินการอย่างรอบคอบ ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน ให้ยึดข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเป็นหลัก เรื่องนี้ต้องดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา โปร่งใส ให้ความเป็นธรรมกับผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายตามสิทธิตามกฎหมาย ในฐานะโฆษก ตร. พร้อมตอบคำถามต่อสื่อมวลชน หากมีความคืบหน้าอย่างไรจะแจ้งให้ทราบต่อไป



           พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. เปิดเผยถึงกรณีที่ถูก “โทน บางแค” เซียนพระชื่อดัง ไปร้องทุกข์ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานอัยการสูงสุด สน.พหลโยธิน กล่าวหาทำให้ได้รับความเสียหาย ก็ถือว่าเป็นสิทธิของนายโทน ตนเองก็จะสงวนสิทธิ์ด้วยการปรึกษาฝ่ายกฎหมาย พิจารณาจะฟ้องกลับ



          โดยเรื่องนี้ เริ่มจากต้นปี 2568 มาดามเก่ง หรือ นางสาวดอน มาร้องขอความเป็นธรรม ถูกกลุ่มเซียนพระ 9 คน รวมนายโทน บางแค ฉ้อโกงหลอกขายพระเครื่อง ในห้วงระยะเวลาปี 2568-2569 มูลค่าความเสียหายกว่า 2,000 ล้านบาท โดยพฤติการณ์กลุ่มนี้จะทำทีขอเข้าไปเช่าพระเครื่องในราคา 10 ล้านบาท ด้วยการจ่ายเช็คค้ำประกันไว้ แล้วขอพระเครื่องไปก่อน แล้วจะมีอีกกลุ่มหนึ่ง มาขอเช่าพระเครื่องในราคาที่สูงกว่า แล้วจ่ายเช็คค้ำประกันไว้ด้วยราคาที่สูงกว่า ก่อน 2 กลุ่มนี้แกล้งทะเลาะกัน และบอกผู้เสียหายเอาพระเครื่องไปจำนำไว้ 20 ล้านบาท และให้มาดามเก่ง ไปไถ่ออกมา เพราะเกรงว่าพระเครื่องจะถูกยึด ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่ากลุ่มนี้ไปทำในลักษณะแบบนี้กับหลายคน จนพบความเสียหายมูลค่ากว่า 5,000 ล้านบาท สำหรับทางคดี พนักงานสอบสวน กก.2 บก.ป. แจ้งข้อหา ร่วมกันฉ้อโกงไปแล้ว 3 คน รวมนายโทน ด้วย 



          กรณีที่เป็นกระแสข่าว ระหว่างนายโทน กับตน ยืนยันว่าเป็นคนละเรื่อง ซึ่งตนไม่อยากจะพูดเรื่องนี้ และได้ประสานให้ทางผู้เสียหายพร้อมทนายความเป็นคนพูดเองในวันนี้ ยืนยันว่า ที่ตนถูกครหาว่าได้รับค่าคอมมิชชั่นในการทวงหนี้ 30% ไม่เป็นความจริง ส่วนเหตุการณ์วันที่ 17 เม.ย. ยืนยันตนไม่ได้เรียกนายโทน มา เพียงแค่นายโทน เป็นคนประสานมาเอง เพื่อให้ตนเป็นคนกลางคอยเจรจาไกล่เกลี่ย ระหว่างทั้งสองฝ่าย



          พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวยืนยันอีกว่า ไม่ได้บังคับขู่เข็ญ และไม่เคยพูดกับโทนว่า “ถ้าไม่พร้อมคุย ก็เดินออกไปได้เลย” แต่ตนพูดว่า “ถ้าไม่พร้อมคุยก็กลับได้เลย” เพราะต้องการความสมัครใจในการไกล่เกลี่ย ซึ่งผลการเจรจาวันนั้นไม่จบ เพราะนายโทน บอกว่า ไม่มีทรัพย์สินอะไรแล้ว แต่จากการตรวจสอบพบว่านายโทน ยังมีทรัพย์สินหลายรายการรวมแล้วกว่า 60 ล้านบาท กระทั่งวันที่ 24 เม.ย. นายโทน นำกระเป๋าแบรนด์เนม 5-6 ใบ และทะเบียนหรู ซึ่งมีมูลค่าต่ำกว่าราคาเช็คค้ำประกัน ก็เลยทำให้การเจรจาไม่เป็นผลอีกครั้ง



           ส่วนเรื่องที่นายโทน จะรับงานใครมาหรือไม่ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวว่า ไม่ทราบ แต่ว่าตำรวจมีหลักฐานที่ไม่ตรงกับนายโทน เล่า พร้อมทั้งฝากไปถึงประชาชน ถ้าหากเจองูพร้อมกับเซียนพระกลุ่มนี้ ก็ขอให้ตีเซียนพระก่อน เพราะเป็นเซียนกระดาษเปล่า



 



#เซียนพระร้อง



#รองจรูญเกียรติ



แฟ้มภาพ 



 



 

ข่าวทั้งหมด

X