IMF เตือน 'เศรษฐกิจโลก' เจอผลพวงเลวร้ายกว่าเดิมมาก หากสงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อ

วันนี้, 15:37น.


          สำนักข่าวซินหัว รายงาน เมื่อวันจันทร์ (4 พ.ค.) คริสตาลินา จอร์จีวา กรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เตือนว่าเศรษฐกิจโลกอาจเผชิญ "ผลพวงที่เลวร้ายกว่าเดิมมาก" หากสงครามในตะวันออกกลางยังคงยืดเยื้อจนถึงปี 2027 โดยราคาน้ำมันจะพุ่งสูงถึงราว 125 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4,100 บาท) ต่อบาร์เรล อัตราเงินเฟ้อจะพุ่งสูงขึ้นจนอัตราเงินเฟ้อคาดการณ์เริ่มหลุดจากเป้าหมายควบคุมอย่างมิอาจหลีกเลี่ยง



          จอร์จีวา ซึ่งเข้าร่วมการประชุมของสถาบันมิลเคนในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ของสหรัฐฯ กล่าวว่าสภาพการณ์ปัจจุบัน รวมถึงความขัดแย้งที่ยืดเยื้อ ทำให้ราคาน้ำมันทรงตัวอยู่ที่หรือสูงเกิน 100 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3,300 บาท) ต่อบาร์เรลแล้ว พร้อมแรงกดดันด้านเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น ส่งผลให้กองทุนฯ ออกมาเตือน "ฉากทัศน์ที่เลวร้าย" (adverse scenario)



          เมื่อเดือนเมษายน กองทุนฯ ได้เผยแพร่ "ฉากทัศน์" สำหรับการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ทั่วโลกในปี 2026-2027 จำนวน 3 รูปแบบ ได้แก่ "การคาดการณ์อ้างอิง" (reference forecast) "ฉากทัศน์ที่เลวร้าย" และ "ฉากทัศน์ที่รุนแรง" (severe scenario) ซึ่งเลวร้ายมากขึ้น



       สำหรับ "ฉากทัศน์ที่เลวร้าย" ประเมินว่าการเติบโตทั่วโลกจะชะลอตัวอยู่ที่ร้อยละ 2.5 ในปี 2026 พร้อมอัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 5.4 ส่วน "การคาดการณ์อ้างอิง" ซึ่งสมมติว่าความขัดแย้งเกิดขึ้นในระยะสั้น ประเมินว่าการเติบโตทั่วโลกจะอยู่ที่ร้อยละ 3.1 พร้อมอัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ร้อยละ 4.4 ขณะ "ฉากทัศน์ที่รุนแรง" ประเมินว่าการเติบโตทั่วโลกจะอยู่ที่เพียงร้อยละ 2 และอัตราเงินเฟ้อจะพุ่งสูงถึงร้อยละ 5.8



 (แฟ้มภาพซินหัว : ผู้คนซื้อสินค้าที่ซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งหนึ่งในเมืองนิวยอร์กของสหรัฐฯ วันที่ 10 เม.ย. 2026)



#วิกฤตเศรษฐกิจ



#IMF



CR:สำนักข่าวซินหัว

ข่าวทั้งหมด

X